Friday, 22 September 2023
NEWS

เข้าฤดูหนาวแล้ว ได้เวลาออกชิล! วันนี้ขอแนะนำราคาจองตั๋วเครื่องบินคุ้มๆ กับแอร์เอเชีย✈️

จองเลย! https://app.airasia.com/F4uy/tv2f4lot

.

เส้นทางบินในประเทศ

ราคาสมาชิก airasia เริ่มต้นที่ 699 บาท (เที่ยวเดียว)

ราคาบุคคลทั่วไป 742 บาท

.

เส้นทางบินต่างประเทศ

ราคาสมาชิก airasia เริ่มต้นที่ 1,550  บาท (เที่ยวเดียว)

ราคาบุคคลทั่วไป 1,590 บาท

.

จองด่วน 21 พ.ย. 2565 - 27 พ.ย. 2565

เดินทาง 5 ธ.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2566

.

*โปรโมชั่นพิเศษมีจำนวนจำกัดและอาจไม่มีให้บริการในบางเที่ยวบินในและต่างประเทศของรหัสเที่ยวบิน FD และบางช่วงของวันหยุดยาว ราคาบัตรโดยสารไม่รวมค่าบริการเสริมและค่าธรรมเนียมต่างๆ ราคาที่แสดง/ปรากฎคือราคาถูกสุดเมื่อจองผ่าน airasia.com และ Mobile App เพียงสมัครสมาชิก airaisa ลดเพิ่ม 40 บาท เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัทฯ

.

**เส้นทางบินในประเทศ ราคาสมาชิก airasia เริ่มต้นที่ 699 บาท (เที่ยวเดียว) เริ่มเดินทางวันที่ 9 มกราคม 2566 เป็นต้นไป

เมนูไทย โกอินเตอร์!! DITP Berlin เปิดหลักสูตรสาธิตปรุงเมนูอาหารไทย ตั้งเป้ารับ 40 ราย แต่สมัครจริง ทะลุ 500 ราย

กระแสตอบรับดีเกินคาด!! DITP Berlin เปิดสอนสาธิตขั้นตอนปรุงอาหารไทยในเยอรมนี ตั้งเป้ารับสมัครเพียง 40 ราย แต่มีผู้สมัครจริงเกือบ 500 ราย!!

(21 พฤศจิกายน 2565) DITP Berlin หรือ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ได้แจ้งว่าโครงการ Tatse of Thai โครงการสาธิตการปรุงอาหารและร่วมทำอาหารไทยในเมืองเบอร์ลินได้รับการตอบรับดีอย่างล้นหลามเกินความคาดหมาย โดยเริ่มต้น ตั้งเป้าเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมเพียงแค่ 40 ราย แต่ปรากฎว่ามีผู้ให้ความสนใจสมัครถล่มทลายกว่า 427 ราย!

ขณะที่เพจ 'พ่อบ้านเยอรมัน' ได้ อธิบายเพิ่มเติมถึงเนื้อหาในงานว่า ผู้จัดได้สาธิตการปรุงอาหารไทย 3 เมนูยอดนิยม ประกอบด้วย"ยำส้มโอ ข้าวซอยไก่ และข้าวเหนียวมะม่วง" นอกจากนี้ยังมีการจับคู่อาหารกับเครื่องดื่ม หรือ Food Pairing ณ Cooking Studio ใจกลางกรุงเบอร์ลิน ผลปรากฏว่า ประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมาย

โดยเป้าหมายของโครงการนี้คือ ต้องการขยายฐานลูกค้าซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยตรง รวมถึงผู้ประกอบการที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้เกิดความคุ้นเคย เชื่อมั่น ในรสชาติ และคุณภาพของอาหารไทย ตลอดจนสร้างการรับรู้ ภาพลักษณ์เชิงบวก และทัศนคติที่ดีให้แก่สินค้าอาหารไทยต่อไป

#TheStructureNews
#DITP #ThaiFood

ที่มา : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเบอร์ลิน DITP Berlin
ที่มา : เพจพ่อบ้านเยอรมัน

สาวๆ ห้ามพลาด ! เปิดกรุ 10 กระเป๋ายอดฮิต ช้อปส่งท้ายปี 2022

กระเป๋าไอเทมคู่กายผู้หญิงหลายคนในยุคนี้ เรียกได้ว่ากระเป๋าแต่ละใบ ก็มีเอกลักษณืที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานแต่ละคน วันนี้ Cloud47x จะพามาเปิดกรุ 10 กระเป๋ายอดฮิต ส่งท้ายปี 2022 เผื่อสาวๆ คนไหนลังเลจะซื้อ จะได้รีบไปตำต้อนรับปี 2023 กัน เริ่มด้วยที่
.
1. Prada Cleo
สำหรับใครที่กำลังมองหากระเป๋าจาก Prada รุ่นใหม่ ๆ และเป็นนิยมในขณะนี้ คุณไม่ควรพลาด “Prada Cleo” ด้วยประการทั้งปวง ต้องบอกเลยว่ากระเป๋าใบนี้มาพร้อมกับความหรูหราที่ดูเรียบง่ายแต่โก้หรู พร้อมกับรูปทรงที่ดูโฉบเฉี่ยวคล่องตัวทั้งขนาดและในเรื่องของดีไซน์ก็ต้องยอมรับเลยค่ะว่าไม่สามารถละสายตาได้เลยจริง ๆ
.
2. Dior Caro
Dior Caro กระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างสูง นอกจากจะใช้ดีไซน์ที่ช่วยสะท้อนความเป็นผู้หญิงแล้วก็ยังมีการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและความสวยงามเหนือกาลเวลาออกมาได้อย่างลงตัวสุด ๆ
.
3. Gucci Horsebit 1955
“Gucci Horsebit 1955” จากคอลเลกชัน Cruise 2020 และความพิเศษของกระเป๋าใบนี้ก็คือการดึงเอาการดีไซน์ Horsebit หรือที่เรียกกันว่าตะขอปากม้าที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1955 มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระเป๋าซึ่งนี่ก็ถือเป็นครั้งแรกของ Gucci เลยค่ะ ทำให้เรารู้สึกว่ากระเป๋าใบนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ
.
4. YSL Saint Laurent Solferino
สำหรับรุ่นนี้ที่เราเลือกมาป้ายยาสาว ๆ ในวันนี้ก็คือรุ่น Solferino สำหรับสาว ๆ คนไหนที่เป็นบลิงค์ของวง Blackpink ก็คงจะจะคุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะโรเซ่เองก็เคยสะพายกระเป๋ารุ่นนี้เช่นกัน ถึงจะมีขนาดที่เล็กหน่อยแต่ก็พอจะจุของใช้สำคัญ ๆ ได้หลายอย่าง ทั้งยังมีหน้าตาที่สวยงาม เรียบแต่หรู แมทช์ได้ทุกลุค
.
5. Celine Triomphe
มาต่อกันที่แบรนด์สุดหรูสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Celine กันบ้างค่ะ ซึ่งต้องบอกเลยว่าพักหลังมานี้ Celine ก็กลายเป็นแบรนด์ที่ทุกคนให้ความสนใจกันเป็นอย่างมากเนื่องจากได้ลิซ่า Blackpink ซึ่งรุ่น Celine Triomphe สี Tan เป็นกระเป๋าสะพายไหล่ ที่มาพร้อมกับสายสะพายโซ่สีทองอร่ามที่มีน้ำหนักกำลังดี
.
6. Louis Vuitton Pochette Accessoires
Louis Vuitton Pochette Accessoires คือกระเป๋าแบรนด์เนมที่จัดให้เป็นแรล์ไอเท็มที่เป็นที่ต้องการเป็นอย่างมากและก็ในช้อปตอนนี้ก็ยังไมมีเข้ามาเลย สามารถใส่ของใช้ที่จำเป็นได้หลายชิ้น โดยที่ไม่เป็นผลต่อทรงกระเป๋าใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ สาว ๆ จะใช้แบบสะพายข้างก็ได้ระดับที่สวยเลิศหรือหากว่าสาว ๆ เบื่อการใช้งานแบบสะพายสาว ๆ จะถอดสายออกแล้วใช้งานแบบถือก็ดูเก๋เป็นสาวสายแฟไปอี๊ก
.
7. CHANEL 19 HANDBAG
สำหรับ CHANEL 19 ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นค่ะที่เป็นที่สุดแถมยังเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ภายในใส่ของใช้ได้เยอะมากเหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่สุดค่ะสาว ๆ และที่ขาดไม่ได้เลยคือด้านหลังยังมาพร้อมกับช่องใส่ของที่เหมาะสำหรับใส่โทรศัพท์มือถือ โดยที่สาว ๆ ไม่จำเป็นต้องเปิดกระเป๋าให้เสียเวลา
.
8. Bottega Veneta Mini Jodie Bag
สำหรับรุ่นที่เราเลือกมานำเสนอในวันนี้ก็จะเป็นรุ่น Mini Jodie Bag ขนาดกะทัดรัด โดยรุ่นนี้จะมีด้วยกันหลากหลายสีมาก ๆ ค่ะ สาว ๆ สามารถเลือกได้ตามใจชอบทั้งสีสุดคลาสสิคอย่างสีดำหรือจะเป็นสีสันสดใสเพื่อให้ดูเข้ากับลุคที่ดูสนุกสนาน กระเป๋ารุ่นนี้ก็ให้คุณได้
.
9. Balenciaga Hourglass
alenciaga Hourglass กลายมาเป็นอีกหนึ่งกระเป๋าแบรนด์เนมที่มาแรงไม่แพ้รุ่นอื่น ๆ เลย การใช้งานสามารถใช้ได้สองแบบค่ะคือแบบถือหรือจะสะพายก็ได้เช่นกันค่ะ แต่เชื่อว่าสิ่งที่เตะตาสาว ๆ หลายคนคงจะไม่ใช่การใช้งานแต่คงจะเป็นรูปทรงของกระเป๋าใช่ไหมล่ะคะ เพราะว่ารุ่นนี้ดีไซน์ออกมาได้ไม่ธรรมดาจริง ๆ ค่ะ มีความชิค เปรี้ยว ขี้เล่น และดูถือแล้วกลายเป็นสาวสายแฟมาก ๆ
.
10. Hermès Birkin
และสำหรับกระเป๋าแบรนด์เนมใบสุดท้ายก็จะแน่นอนค่ะว่าจะต้องเป็น Hermès Birkin กระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรูที่เงินแค่อย่างเดียวไม่สามารถจะได้กระเป๋ามาครอบครองอย่างง่าย ๆ สำหรับ Hermès Birkin นั้นเป็นกระเป๋าที่หลาย ๆ คนยอมจ่ายไม่ว่าจะมาด้วยราคาเท่าไหร่ ไม่ใช่แค่เพราะได้ยากเท่านั้นแต่กระเป๋ารุ่นนี้ยังผลิตมาจากวัสดุขั้นสูง ใช้งานได้นานสุด ๆ 
.
เป็นยังไงบ้างกับ 10 กระเป่า ที่สายแฟอย่างเราๆ ห้ามพลาด ใครมีใบไหน หรือยังไม่มีต้องรีบตำ ไม่งั้นตกกระแสแน่จ้า
.
แหล่งที่มา : https://bestreview.asia/best-brand-name-bags-popular-new-collection/

Soft Power

 หลังจากเป็นปรากฏการณ์ Soft Power เกี่ยวกับอาหารไทยไปตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาสำหรับอาหารที่เชฟชุมพล แจ้งไพร รังสรรค์ไปเสิร์ฟขึ้นโต๊ะผู้นำเอเปค วันนี้ (21พ.ย.65) ร้าน R-HAAN ร้านระดับสองดาวมิชลินของไทย เปิดประสบการณ์ให้คนทั่วไปได้ลิ้มลองเมนูเหล่านั้นแล้ว
.
“ร้านอาหาร R-HAAN” ร้านระดับ 2 ดาวมิชลินต่อเนื่องทุกปีนับตั้งแต่ปี 2019 เป็นร้านได้รับโอกาสรังสรรค์เมนูสุดพิเศษ สำรับต้อนรับผู้นำเขตเศรษฐกิจ 21 ประเทศ ภายใต้แนวคิด "Sustainable Thai Gastronomy - ภูมิปัญญาอาหารไทยอย่างยั่งยืน” คัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยมจากแหล่งผลิตท้องถิ่นทั่วประเทศไทย
.
ในวันนี้ “ร้านอาหาร R-HAAN" โดย เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟผู้ร่วมก่อตั้งร้านอาหาร ขอนำเสนอเมนูสำรับ "ตามรอยผู้นำเอเปค 2022"
.
เมนูเดียวกับ สำรับต้อนรับผู้นำเขตเศรษฐกิจ 21 ประเทศ มาให้ผู้สนใจได้รับประสบการณ์อาหารสุดพรีเมียมในแบบเดียวกัน
.
โดยในสำรับประกอบไปด้วย
.
อะมูสบุช เสิร์ฟในเมนู “กระทงทองไส้ครีมซอสและไข่ปลาสเตอร์เจียนคาเวียร์โครงการหลวงดอยอินทนนท์”
.
อาหารเรียกน้ำย่อย “Welcome To Thailand” นำเสนออาหารไทย 4 ภาค ขนาดพอดีคำ วางบนแผนที่ประเทศไทยประจำแต่ละภาค อันได้แก่ 
.
แอ่วเหนือ – ข้าวซอยหมี่กรอบไทยล้านนา
.
เที่ยวกลาง – ต้มยำทอดมันกุ้งแม่น้ำกรุงศรีอยุธยา
.
ยามอีสาน – โคราชวากิวย่างถ่านสมุนไพรจิ้มแจ่ว
.
ล่องใต้ – ไก่เบตงย่างกอและ
สลัด ในเมนู “ยำใหญ่ผักออแกนิก 9 อย่างจากวิสาหกิจชุมชนทั่วทุกภาคของเมืองไทย กับไก่ออร์แกนิกและกุ้งงมังกร 7 สีภูเก็ต พร้อมไข่เป็ดไร่ทุ่งเมืองสุพรรณบุรีดองดอกเกลือเมืองเพชร”
.
เมนคอร์ส เสิร์ฟข้าวพร้อมอาหาร 3 อย่าง อันได้แก่ “แกงมัสมั่นชาววังเนื้อน่องโคขุนจากสหกรณ์โพนยางคำสกลนครและผักไทยรวมราตาตูย” “ปลาเก๋ามุกออแกนิกจากทะเลภูเก็ต พร้อมซอสต้มข่าเห็ดรวมโฟมใบมะกรูด” “ข้าวหอมมะลิไทยจากทุ่งกุลาร้องไห้และข้าวกล้อง 9 ชนิดอบตะไคร้หอม”
.
ของหวาน 2 เมนู อันได้แก่ “ขนมหม้อแกงเผือกภูเขาและเม็ดบัวซอสผลไม้ไทย เสิร์ฟพร้อมกับซอร์เบท์เสาวรสน้ำผึ้งดอกลำไย”
พร้อมผลไม้ไทยและขนม 5 อย่าง” ได้แก่ ดาราทอง,ช็อคโกแลตไทยเชียงใหม่ไส้บรั่นดีไทยกระชายดำ, ขนมมะลิไส้มะพร้าว, มาการองลิ้นจี่, ขนมเปียกปูนใบเตย เสิร์ฟ์คู่กับชาเฟลอ ดู นอร์ท จากเมืองเหนือหรือยอดกาแฟเมืองน่าน
.
โอกาสพิเศษนี้มี เฉพาะวันที่ 21 พฤศจิกายน - 4 ธันวาคม 2565 เท่านั้น
.
ราคา 5,212++ บาทต่อท่าน
.
ร้าน R-HAAN
.
โทร. 095-141-5524 (13.00-17.00)
.
FB @RHAANThai
.
 

ฉลอง 100 ปี ช็อกโกแลต “Valthona” แบรนด์แห่ง "ความยั่งยืน" ชวนกินช็อกโกแลต ทั้งแบบอาหารคาว-หวาน

แบรนด์ ช็อกโกแลตจากชื่อดังจากฝรั่งเศส "Valrhona" (วาลโรห์น่า) จัดงานฉลองครบ 100 ปี พร้อมประกาศเป็นแบรนด์ "ช็อกโกแลต" แห่ง "ความยั่งยืน"

.

โดย Valrhona (วาลโรห์น่า) ถือกำเนิดที่ประเทศฝรั่งเศส โดยเพสทรี่เชฟ Alberic Guironnet จาก Rhone Valley เมื่อปี ค.ศ.1922 ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ Tain ในย่าน Hermitage ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกไวน์ AOC และผลิตชีสที่สำคัญในเขตเมืองลียง

.

ซึ่งปีนี้ Valrhon มีอายุครบ 100 ปี พัชรินทร์  เหมอังกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท กูร์เมท์วัน ฟู้ดส์เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าช็อกโกแลต Valrhon จัดงาน 100 years of commitment ที่ @Bar โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ชวนกินช็อกโกแลตหลากหลายรูปแบบ ทั้งอาหารคาว-หวาน

.

Valrhona สร้างชื่อเสียงในฐานะช็อกโกแลตพรีเมี่ยม สำหรับเพสทรี่เชฟ หรือเชฟขนม ทำขนม-เครื่องดื่ม และจำหน่ายช็อกโกแลตบาร์หลายรสชาติ อีกทั้งเปิดโรงเรียนสอนเพสทรี่เชฟทำขนม Ecole du Grand Chocolat ปี 2015 เปิดสาขาที่บรุคลิน และอีก 2 แห่งในฝรั่งเศสและญี่ปุ่น

.

ทั้งนี้เมื่อสองปีที่ผ่าน ช็อกโกแลตจากฝรั่งเศส ชูนโยบายแห่งความยั่งยืน โดยรับซื้อผลผลิตโกโก้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส จากแหล่งปลูกราว 80 พื้นที่ใน 22 ประเทศ โดยติดต่อกับคนปลูกโดยตรงเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ตรวจสอบการปลูก การเก็บเกี่ยว การหมักผลโกโก้ ด้วยวิถียั่งยืน

.

และลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ในปีที่ผ่าน Valrhona เริ่มต้นปลูกโกโก้และจัดการผลผลิตโกโก้ของตัวเอง แห่งแรกในประเทศเวเนซูเอล่า และสาธารณรัฐโดมินกัน เพื่อให้ได้ผลผลิตและคุณภาพตามที่ต้องการ

.

ปี 2020 ได้ใบประกาศ B-Corp (Certified B Corporation, B-Lab) เป็นองค์กรเอกชนที่วางกฎเกณฑ์ภาคธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจเพื่อชุมชนและรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อรับรองคุณสมบัติตามที่กำหนด โดยจะตรวจสอบการดำเนินธุรกิจทุก ๆ 3 ปี ปัจจุบันมีธุรกิจกว่า 5,697 บริษัท ใน 158 อุตสาหกรรม จาก 85 ประเทศที่ได้ใบรับรอง B-Crop

.

งานฉลองครบ 100 ปี Valrhona ชวนชิมอาหารคาวจากช็อกโกแลต 2 เมนู ได้แก่ ชอร์ตริบสตูว์ โดยเชฟอ่ำ - อิทธิ นิตยาพร แห่งโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ฯ ทำสตูว์จากเนื้อที่หมักโกโก้และซูวีอีก 36 ชั่วโมง ก่อนนำมาตุ๋นเป็นสตูว์ พร้อมเติม Valrhona Guanaja ดาร์กช็อกโกแลต 70% ลงไปเคี่ยวเพิ่ม เพื่อให้เนื้อสัมผัสมีรสหวานอมขอ เสิร์ฟกับมันฝรั่งพูรี และเมนูแซลมอนรมควัน ที่เพิ่มผงโกโก้ลงไปให้ได้กลิ่นและรส ของหวานได้แก่ ขนมชั้นแบบไทย ๆ ผสมช็อกโกแลต และขนมปาเล่ต์ ลอร์ (Palet L’or) แปลว่าก้อนทองคำ ทำจาก Valrhona Komuntu 80% สูตรเฉพาะจากเพสทรี่เชฟทั่วโลก 100 คน มาออกแบบช็อกโกแลตก้อนทองรูปหัวใจ เพื่อฉลองครบ 100 Years of commitment ประกาศคำมั่นสัญญาในการสร้างสรรค์ช็อกโกแลตแห่งความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้

.

ที่มา : https://www.valrhona-chocolate.com

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/food/1038706

มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย เปิดรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับสัญลักษณ์ บิบ กูร์มองด์ 2566 พบมีทั้งสิ้น 189 ร้าน ในจำนวนนี้มี 53 ร้านได้รับการจัดอันดับครั้งแรก

มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย เปิดรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับสัญลักษณ์ บิบ กูร์มองด์ 2566 พบมีทั้งสิ้น 189 ร้าน ในจำนวนนี้มี 53 ร้านได้รับการจัดอันดับครั้งแรก

.

มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ปลุกกระแสความสนใจก่อนงานประกาศผลรางวัลดาวมิชลินและการวางจำหน่ายคู่มือ มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย

.

ฉบับประจำปี 2566 ด้วยการเผยรายชื่อร้านอาหารและสตรีทฟู้ดคุณภาพดีราคาย่อมเยาที่ผ่านการคัดเลือกจนได้รับสัญลักษณ์ "บิบ กูร์มองด์" (Bib Gourmand) ประจำปี 2566 โดยมีทั้งสิ้น 189 ร้าน แบ่งเป็นร้านใหม่ที่ได้รับจัดอันดับครั้งแรก 53 ร้าน

.

ในจำนวนร้านอาหารที่ผ่านการคัดเลือกให้ได้รับสัญลักษณ์บิบ กูร์มองด์ ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 82 ร้าน และอีก 13 ร้าน ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

.

ที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ มีด้วยกัน 27 ร้าน และที่ภาคใต้ ในจังหวัดภูเก็ต 23 ร้าน, พังงา 11 ร้าน และ 33 ร้าน ใน 4 เมืองตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

.

อย่างที่ทราบกัน มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ฉบับประจำปี 2566 ได้ขยายขอบเขตการคัดเลือกร้านอาหารไปยังภาคอีสานเป็นครั้งแรก โดย 9 ร้านอยู่ในนครราชสีมา, 11 ร้าน ในขอนแก่น, 6 ร้าน ในอุบลราชธานี และ 7 ร้าน ในอุดรธานี

.

แนวคิดของสัญลักษณ์บิบ กูร์มองด์ เป็นการสื่อความหมายไปถึงร้านอาหารและร้านอาหารสตรีทฟู้ด ที่มีการนำเสนออาหารคุณภาพดี มีการจัดเตรียมที่พิถีพิถัน และที่สำคัญมีราคาไม่แพงไม่เกิน 1,000 บาท

.

จุดที่น่าสนใจของประเทศไทยอยู่ตรงที่ ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีอาหารสตรีทฟู้ดที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ร้านอาหารสตรีทฟู้ดที่ได้รับสัญลักษณ์ บิบ กูร์มองด์ 2566 มากถึง 84 ร้าน ซึ่งจุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของอาหารไทย

.

 และสามารถเรียกได้ว่าเป็นดินแดนสวรรค์ด้านสตรีทฟู้ด ในส่วนร้านอาหารระดับภัตตาคารได้รับ “บิบ กูร์มองด์” ทั้งสิ้น 105 ร้าน

.

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่: https://www.thairath.co.th/lifestyle/food/2555561

 

คนไทยไม่ต้องกักตัว ไต้หวันเอาใจนทท. ให้บัตร ซื้อชานมไข่มุก ช้อปปิ้งสินค้าฟรี

สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ หรือ กทท. เร่งเดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น ออกแคมเปญดึงนักท่องเที่ยวชาวไทย ในกิจกรรม “Taiwan Special Offer, First Gift 1,000 NTD!” พร้อมแนะ 3 ไฮไลต์สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่คนไทยต้องไปสัมผัส ตอกย้ำแนวคิด “ไต้หวัน หัวใจแห่ง เอเชีย” (Taiwan, The Heart of Asia) โดยคาดจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไต้หวันปลายปีกว่า 18,000 ราย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้กว่า 450 ล้านบาท

คุณซินดี้ เฉิน (Cindy Chen) ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ (กทท.)กล่าวว่า ไต้หวันเปิดประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้ได้เดินทางเข้ามาสัมผัสวัฒนธรรมและเทศกาลที่หลากหลาย พร้อมดื่มด่ำกับความอร่อยของอาหารสไตล์ไต้หวันแท้ ๆ  ซึ่งหลังจากเปิดประเทศตั้งแต่สิ้นเดือนตุลาคม 2565 มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางเข้ามาเที่ยวไต้หวันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ให้ความสนใจ เดินทางมาเป็นกรุ๊ปแรกๆ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่คนคิดถึงบรรยกาศของการท่องเที่ยวต่างประเทศ และไต้หวันนั้นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ที่คนไทยนึกถึง

 โดยในช่วงระยะเวลา 2 ปีของการปิดประเทศที่ผ่านมา ไต้หวันได้มีการพัฒนาและเปิดสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่เกิดขึ้นมากมาย พร้อมให้นักท่องเที่ยวชาวไทยไปสัมผัสและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน สำหรับ 3 ไฮไลต์สถานที่ท่องเที่ยวที่รอให้ไปสัมผัสประสบการณ์ ได้แก่

Rongjin Gorgeous Time แหล่งรวมสถานที่โดนใจวัยรุ่นแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองไทเป เดิมเป็นบ้านพักราชการระดับสูงในสมัยญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน สถานที่แห่งนี้ยัง คงอัตลักษณ์การออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมบ้านไม้ชั้นเดียวสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ สีน้ำตาลเข้ม หลังคาลาดเอียงเรียบง่ายเรียงรายต่อกัน ภายในประกอบไปด้วยร้านค้ามากมาย อาทิ ร้านอาหาร Always Elegant ร้านขนมเบเกิล Good Cho’s ร้านขนม Jin Jin Ding ร้านแพนเค้กคาเฟ่ Kyushu และคาเฟ่ Simple Kaffa นอกจากนั้นยังมีร้านเช่าเสื้อผ้า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการใส่ชุดกิโมโนถ่ายภาพเหมือนได้อยู่ในยุคสมัยที่ญี่ปุ่นยังปกครอง อีกทั้งร้านของฝากที่รวบรวมของที่ระลึก รวมถึงร้าน Pet Shop เลือกของฝากสำหรับสัตว์เลี้ยง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟฟ้า โดยมาลงที่สถานี Dongmen และเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 20.00 น.

Babbuza Dreamfactory โรงงานเพื่อการท่องเที่ยว สำหรับทุกคนในครอบครัว ตั้งอยู่ที่เมืองหนานโถว ไฮไลต์ของที่นี่คือ ต้นไม้ยักษ์ หรือ Tree of Life ที่มีความสูงถึง 30.8 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถไต่ระดับความสูงขึ้นไปบนพื้นใสๆ โดยการเดิน หรือถ้าใครชอบความแอดเวนเจอร์สามารถปีน “หน้าผาต้นไม้ยักษ์” หรือโรยตัวลงมาจากเจ้าต้นไม้ยักษ์นี้ก็สามารถทำได้ นอกจากนี้ยังสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมไต้หวันผ่านจอ 5 มิติ ที่สัมผัสได้ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และจำลองการใช้ชีวิตของคนไต้หวันโบราณ ผ่านโรงจอดรถเล็ก ๆ ที่รอให้นักท่องเที่ยวทุกท่านเข้าไปเยี่ยมชม เปิดให้บริการเวลา10.00 – 18.00 น. และปิดบริการทุกวันอังคาร

Zhengbin Fishing Harbor หรือ “บูราโนแห่งไต้หวัน” ตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะเหอผิง นครจีหลง เป็นท่าเรือที่มีความเก่าแก่แห่งหนึ่งของไต้หวัน และเป็นหนึ่งในสถานที่ จัดงานแข่งเรือมังกรในช่วงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง และพบกับพิพิธภัณฑ์เรือประมงที่มีชื่อว่า “เรือศิลปะพื้นบ้าน” พิพิธภัณฑ์เรือแห่งแรกที่ตั้งอยู่บนทะเล สำหรับอาคารบ้านเรือนบริเวณนี้ได้รับการเติมแต่งสีสันที่สวยสดงดงาม ในช่วงเวลาสาย ๆ จะพบกับเงาของอาคารสีสดสาดแสงส่องเป็นเงาลงมายังพื้นน้ำสีเขียวมรกตจนถูกเรียกขานกันว่าเป็น “บูราโนแห่งไต้หวัน” สถานที่ที่ถูกใจผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ นอกจากนั้น สิ่งที่ต้องห้ามพลาดเมื่อมาถึงท่าเรือแห่งนี้ คือการกิน ชิกุวะสไตล์ไต้หวันที่เสียบไม้ย่างร้อน ๆ ที่รับรองว่าหอมอร่อยถูกปากรสชาติคนไทย  โดยท่าเรือแห่งนี้เปิดทำการทุกวันและสามารถเดินทางมาได้ด้วย Taiwan Tourist Shuttle

คุณซินดี้ กล่าวเสริมว่า สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่สนใจเดินทางมาไต้หวัน การท่องเที่ยวไต้หวันได้จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบทัวร์ ผ่านกิจกรรม “Taiwan Special Offer, First Gift 1,000 NTD!” โดยนักท่องเที่ยวที่ซื้อแพคเกจทัวร์ไต้หวัน ขั้นต่ำ 24,000 บาทกับบริษัททัวร์ที่ร่วมรายการ จะได้รับบัตร Easy Card บัตรที่นิยมใช้ในไต้หวันสามารถใช้แทนเงินสดเพื่อซื้อชานมไข่มุก มาสก์หน้า ช้อปปิ้งสินค้าในตลาดกลางคืนในมูลค่า NT$599 และของที่ระลึกสำหรับการเดินทางอีก 1 ชุดทันที อีกทั้งคนไทยที่ต้องการเดินทางเข้าไต้หวัน ไม่จำเป็นที่จะต้องกักตัว ไม่มีการระบุเงื่อนไขด้านวัคซีน และไม่ต้องขอวีซ่าการเดินทาง เพียงแต่ขอความร่วมมือในการตรวจ ATK ที่ได้รับจากทางสนามบินเมื่อเดินทางถึงไต้หวัน และขอความร่วมมือให้ตรวจทุก 2 วันหากมีการออกนอกที่พัก

“ไต้หวัน ยินดีและพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ให้ได้สัมผัสกับสถานที่ที่สวยงาม เทศกาลต่าง ๆ ตลอดจนวัฒนธรรมและอาหารที่หลากหลาย รอให้ผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวได้มาค้นหาและได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม สมกับเป็นจุดมุ่งหมายที่ขึ้นชื่อว่าหัวใจแห่งเอเชีย (The Heart of Asia) อย่างไรก็ดีภายหลังจากเปิดประเทศอย่างเป็นทางการพร้อมด้วยมาตรการและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่าง ๆ คาดว่าในสิ้นปี 2565 นี้ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศกว่า 18,000 ราย และสร้างรายได้กว่า 450 ล้านบาท” คุณซินดี้ กล่าวทิ้งท้าย

นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ โดยจัดทริปท่องเที่ยวได้ด้วยตนเอง บินแบบเช่าเหมาลำ หรือเลือกแพ็กเกจท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้ผ่าน ในงาน Thailand International Travel Fair (TITF) ที่จะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2566 และหากต้องการทราบข้อมูลด้านการท่องเที่ยวไต้หวันสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.taiwantourism.org/th/  หรือ ช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook : Taiwan Tourism Bureau TH Instagram : taiwantourism.bkk


ที่มา บางกอกทูเดย์

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 16 พฤศจิกายน 2565

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 16 พฤศจิกายน 2565

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันวิทยสิริเมธี และโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ประจำปีการศึกษา 2564

วันนี้ (15 พฤศจิกายน 2565) - สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังวังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันวิทยสิริเมธี ประจำปี 2564 จำนวน 30 คน โดยแบ่งเป็นระดับปริญญาเอก จำนวน 26 ราย และระดับปริญญาโท จำนวน 4 ราย และพระราชทานทุนการศึกษา “ศรีเมธี” ให้กับนิสิตที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมจากสถาบันฯ จำนวน 4 ราย รวมทั้งพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้แทนนักเรียนโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ที่สำเร็จการศึกษา รุ่นที่ 5 จำนวน 2 ราย โดยมี นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล อธิการบดีสถาบันวิทยสิริเมธี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. พร้อมกับคณะผู้บริหารและพนักงาน กลุ่ม ปตท. เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง

.

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดพระเนตรผลงานทางวิชาการและงานวิจัยของสถาบันวิทยสิริเมธี ที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจในปัจจุบัน แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ งานวิจัยทางด้านระบบปัญญาและหุ่นยนต์ (Al and Robotic) งานวิจัยทางด้านเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน การพัฒนาแบตเตอรี่และวัสดุคุณภาพภาพสูง (Energy Materials & Environment) และงานวิจัยพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และการเพิ่มมูลค่าขยะอินทรีย์ อนึ่ง สถาบันวิทยสิริเมธี ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อร่วมกันสร้างนักวิจัย พัฒนางานวิจัยที่มีศักยภาพไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และสร้างคุณค่าให้แก่สังคม อันเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญของสถาบันฯ

.

ต่อมาทรงเป็นประธานในการลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สถาบันวิทยสิริเมธี และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจากการดำเนินโครงการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV และห้องปฏิบัติการ ในพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) พื้นที่ประมาณ 88 ไร่

.

เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ที่สำคัญและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ให้เป็นเครื่องมือที่มีพลานุภาพ เป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่สามารถสร้างคุณประโยชน์มากมายมหาศาลต่องานวิจัยทางด้านการแพทย์ การเกษตร อุตสาหกรรม และด้านอื่น ๆ โดยเครื่องกำเนิดแสงที่จะจัดสร้างนี้ มีค่าระดับพลังงาน 3 GeV และใช้เทคโนโลยี Double Triple Bend Achromat (DTBA) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้แสงซินโครตรอนมีความสว่างจ้ามากกว่าเดิม 1 ล้านเท่า และรองรับระบบลำเลียงแสงได้สูงถึง 22 ระบบ จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ด้านงานวิจัยได้หลากหลาย

.

จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารปฏิบัติการวิศวกรรม (Fabrication Center) ซึ่งเป็นห้องทดลองสำหรับนักเรียนในการสืบค้นข้อมูลและพัฒนาต้นแบบสิ่งประดิษฐ์ตามแนวคิดของตนเอง พร้อมทรงติดตามความก้าวหน้าและความยั่นยืนของโรงเรียนกำเนิดวิทย์ โดยมี

.

รองศาสตราจารย์ ดร.บุญโชติ เผ่าสวัสดิ์ยรรยง ผู้อำนวยการโรงเรียนกำเนิดวิทย์ กราบบังคมทูลรายงาน ต่อมาเสด็จพระราชดำเนินไปยัง “ศูนย์เรียนรู้เกษตรนวัต สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา” ซึ่งเป็นแหล่งการเรียนรู้สำคัญในการพัฒนาภาพลักษณ์ของเกษตรกรไทยยุคใหม่ ให้เป็นอาชีพที่น่าภาคภูมิใจและยั่งยืน โดย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. และ นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานกรรมการ บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือและแพลตฟอร์ม “สวนสมรม” ที่นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการพัฒนาระบบการเกษตร

.

ต่อมาทรงเสด็จพระราชดำเนินเยือนลานใจบ้าน สถาบันวิทยสิริเมธี โดยมีนายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน เฝ้าฯ รับเสด็จ และนำเสนอนิทรรศการโครงการด้านนวัตกรรมและสิ่งแวดล้อม ผลงานของ ปตท.สผ. ร่วมกับพันธมิตร ที่จะช่วยสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านแนวคิด EP Net Zero 2050 ของ ปตท.สผ. นอกจากนี้ยังจัดแสดงเกี่ยวกับเทคโนโลยี Smart Forest Solution ซึ่งเป็นผลงานของ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส หรือ เออาร์วี ซึ่งเป็นบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ในเครือ ปตท.สผ. โดยเป็นเทคโนโลยีเพื่อการวางแผนบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โครงการด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืนของ ปตท.สผ. ภายใต้แนวคิด “ทะเลเพื่อชีวิต” (Ocean for Life) เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้กับระบบนิเวศใต้ทะเล

.

จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงโดรนแปรอักษรประกอบ แสง สี เสียง ซึ่งกลุ่ม ปตท. โดย ปตท.สผ. และบริษัท เออาร์วี จัดแสดงขึ้นด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยใช้โดรนจำนวนกว่า 700 ลำ ทำการแสดงรวม 9 ภาพ ในรูปแบบ 3 มิติ ผสานม่านน้ำมัลติมีเดีย ในชื่อชุด “ความยั่งยืนจากท้องทะเลสู่ท้องฟ้า เหล่าประชาร่วมเทิดพระเกียรติ” โดยนำเสนอความมุ่งมั่นของ ปตท.สผ. ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เชื่อมโยงสู่การใช้เทคโนโลยีโดรนและปัญญาประดิษฐ์เพื่อดูแลความสมบูรณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง รวมถึงเพื่อพัฒนาภาคการเกษตรของไทย และพระราชกรณียกิจในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เทรนด์การบริโภคของคนไทยเริ่มเปลี่ยน

เทรนด์การบริโภคของคนไทยเริ่มเปลี่ยน แม้ส่วนใหญ่ยังคงนิยมรับประทานอาหารในบ้านทุกวัน แต่บางกลุ่มเริ่มกลับไปเข้าร้านอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะร้านอาหารทั่วไป ริมบาทวิถี ส่วนร้านหรูแนวโน้มลดลง
.
ความถี่ในการรับประทานอาหารนอกบ้าน เกือบทุกอาชีพและช่วงรายได้ไปรับประทาน 1-2 ครั้ง/เดือน โดยเฉพาะพนักงานของรัฐ ผู้ประกอบการ อาชีพอิสระ และผู้มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาท/เดือน
.
แต่ เป็นที่น่าสังเกตว่า นักศึกษา พนักงานเอกชน พนักงานของรัฐ และผู้ที่มีรายได้ระหว่าง 20,001-50,000 บาท/เดือน จะนิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน (มากกว่า 1-2 ครั้ง/เดือน) ในสัดส่วน ที่สูงกว่ากลุ่มอาชีพและช่วงรายได้อื่น
.
ขณะที่เกษตรกร ผู้ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ และผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาท/เดือน จะไม่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน
.
ส่องค่าใช้จ่ายมากสุดรายได้น้อยกว่า 5,000 บาท ซึ่งไม่เกิน 100/คน/มื้อ
.
ถ้าไปดูค่าใช้จ่ายในการรับประทานอาหารนอกบ้าน เกือบทุกอาชีพและช่วงรายได้มีค่าใช้จ่ายไม่เกิน 300 บาท/คน/มื้อ ยกเว้นเกษตรกร ผู้ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ ที่มีสัดส่วนไม่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าอาชีพอื่น และทั้ง 2 อาชีพส่วนใหญ่ก็ไม่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านเช่นกัน
.
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 5,000 บาท/เดือน มีค่าใช้จ่ายไม่เกิน 100 บาท/คน/มื้อ ในสัดส่วนที่สูงกว่าช่วงรายได้อื่น และผู้ที่มีรายได้มากกว่า 40,000 บาท/เดือน จะมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 300 บาท/คน/มื้อ
.
ร้านทั่วไป-สตรีทฟู้ดยังฮอต
.
ส่วนใหญ่กลุ่มที่รับประทานอาหารนอกบ้าน นิยมไปร้านอาหารทั่วไปและริมบาทวิถี  แต่ร้านระดับหรูมีแนวโน้มลดลงในทุกสาขาอาชีพและช่วงรายได้ เช่นเดียวกับร้านระดับกลางมีแนวโน้มลดลงในเกือบทุกสาขาอาชีพเช่นกัน ยกเว้นพนักงานของรัฐ และลดลงเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/เดือน
.
จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มพนักงานของรัฐ ลดการรับประทานอาหารเฉพาะร้านระดับหรู แต่ยังคงรับประทานอาหารในร้านประเภทอื่นตามเดิม
.
ขณะที่เกษตรกร ลดการรับประทานอาหารนอกบ้านเกือบทุกประเภทยกเว้นร้านริมบาทวิถี และกลุ่มผู้ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ ลดการรับประทานอาหารนอกบ้านในร้านอาหารทุกประเภท
 

งบน้อยก็เที่ยวได้ เปิด HOW TO คุมงบเที่ยว ตปท.ยังไง ใน10,000 บาท

พกเงินมา 10,000! ก็เที่ยวต่างประเทศฉบับคนงบน้อยได้แบบจัดเต็ม สลัดความบานปลายของวงเงินการตะลอนทัวร์ให้หมดไป แล้วหันมาเติมพลังงานความสุขให้หัวใจได้กลับมามีไฟใช้ชีวิตด้วยการออกไปผจญภัย สัมผัสธรรมชาติสวยๆ ผู้คนมากหน้าหลายตาและวัฒนธรรมแปลกใหม่ได้ง่ายๆ เพียงท่องไว้ว่าทุกอย่างบนโลกนี้มีช่วงเวลาโปรโมชั่นให้เราตักตวงได้เสมอ ทั้งค่าตั๋วเดินทางและที่พัก แต่ที่ซื้อได้เลยแบบไม่ต้องรอคือแผนประกันการเดินทาง ที่ดูแลครอบคลุมการเดินทางทั้งในเอเชียและทั่วโลก ลดความเสี่ยงกับค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มระหว่างทริปโดยไม่จำเป็น โดยสามารถเลือกแผน พร้อมเลือกความคุ้มเสริมเพิ่มได้ตรงใจ คุ้มค่าเบี้ยกรมธรรม์รวมแล้วครบ ทริปจบในหมื่นเดียว ออกไปท่องโลกกว้าง เที่ยวต่างประเทศแบบคนงบน้อย นอกจากพาสปอร์ต สัมภาระและหัวใจ ต้องเตรียมคุมงบอะไร กันค่าใช้จ่ายบานปลายแบบไหนได้บ้าง มาเช็กลิสต์ตามนี้ได้เลย

จัดกระเป๋าพร้อมเที่ยว ต้องเตรียมคุมงบอะไรบ้าง
 
1.คุมงบตั๋วเดินทาง
เที่ยวต่างประเทศ งบน้อย ท่องไว้เลยว่ายิ่งไกลจากวันเดินทางได้มากแค่ไหน ราคาตั๋วยิ่งถูกมากเท่านั้น การจองตั๋วเดินทางแบบ Low Cost ไว้ล่วงหน้าก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเดินทางไปยังประเทศใกล้ๆ ลองเล็งดูให้ดีเพราะแทบทุกไตรมาสของปี สายการบินต่างๆ จะพากันออกมาจัดโปรโมชั่นสุดคุ้มให้เราตาลุกวาวอยู่เสมอ แต่ต้องแลกกับวันเดินทางที่แน่นอนไม่สามารถเลื่อนเข้าออกได้ หรือถ้าเลื่อนได้ก็อาจต้องแลกมากับค่าธรรมเนียมที่โหดเอาเรื่อง ต่างกับประกันการเดินทางที่เลื่อนแผนการคุ้มครองกรมธรรม์ให้คุณได้สูงสุดถึง 2 ปี ถึงติดงานทริปล่มไม่ได้บินก็แจ้งเลื่อนวันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ยืดหยุ่นขั้นสุดเลย

2.จองที่พักล่วงหน้า
 
อยากเที่ยวต่างประเทศแต่มีงบอยู่ 10,000 ก็เที่ยวได้สบาย โฮสเทลคือที่พักราคาประหยัดขั้นสุดที่นักเดินทางเลือกใช้ หรือจะขยับขึ้นมาอีกนิดเป็นโรงแรมขนาดเล็กก็ยังไหว เพียงแค่คุณต้องทำการจองไว้ล่วงหน้า และอย่าลืมอ่านรีวิวที่พักให้รอบด้าน เพราะความถูกที่ได้มาบางครั้งอาจแลกกับความสะดวกสบายหรือความเป็นส่วนตัวที่ลดลง ที่พักบางแห่งให้จ่ายเงินครบจำนวนตั้งแต่วันที่ทำการจองเพื่อแลกกับส่วนลด ต่างกับบางที่สามารถทำการจองและชำระเงินเต็มจำนวนได้ในวันที่เข้าพัก ยิ่งเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์การเลื่อนวันจองโรงแรมอาจเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นอ่านเงื่อนไขโปรโมชั่นให้ละเอียดก่อนตกลงปลงใจ

3.กินเที่ยวตามแพลน

เที่ยวต่างประเทศฉบับงบน้อยต้องตีแผนการเดินทางให้แตก ไปประเทศไหนต้องใช้บัตรผ่านอะไรบ้าง คุณสามารถกดซื้อตั๋วขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ตั๋วโดยสารรถไฟภายในประเทศ เที่ยวดิสนีย์แลนด์ และเรือข้ามฟาก ในราคาที่เป็นมิตรมากกว่าการตรงดิ่งเข้าไปซื้อหน้าตู้ เพียงกดจองผ่านระบบออนไลน์ นอกจากจะได้ราคาดีเหมาะกับสายเซฟงบแล้ว ยังช่วยลดขั้นตอนและประหยัดเวลาต่อคิวซื้อตั๋ว เดินผ่านประตูไปเที่ยวได้แบบผ่านฉลุย ส่วนเรื่องอาหารการกินถ้าคิดจะตามรอยร้านดังค่าอาหารอาจสูงขึ้นจากปกติตามดีกรีความฮิต แต่โดยทั่วไปหลายประเทศมีสตรีทฟู้ดและอาหารท้องถิ่นที่กินง่าย งบไม่บานปลายให้เลือกได้หลากหลายตามงบ

4.แลกเงินให้พร้อมลุย 

ไปเที่ยวที่ไหนต้องใช้ค่าเงินในประเทศนั้นๆ ทริคในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินไทยเป็นค่าเงินต่างประเทศให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด คือการสังเกตอัตราการแลกเปลี่ยนที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นลดลงไปในแต่ละวัน หรือลองทำรายการเปรียบเทียบค่าเงินที่แลกได้จากร้านต่างๆ ที่ไหนให้มากกว่าก็จิ้มรัวๆ เลือกที่นั่นได้เลย

รู้ทริคคุมงบก่อนแพ็กกระเป๋า กำเงินหมื่นเดียว! ไปเที่ยวต่างประเทศแบบคนงบน้อยไม่ใช่เรื่องยาก แค่ต้องวางแผนการเดินทางไว้ให้พร้อม กับ 5 ประเทศแนะนำ ด้วยเวลา 4 วัน 3 คืน ที่จะทำให้คุณออกไปเผชิญโลกกว้างได้อย่างเซฟเงิน

แนะนำ 2 ประเทศ เที่ยวต่างประเทศฉบับคนงบน้อย (ไม่เกิน 10,000)

1.เวียดนาม
ประเทศแห่งวัฒนธรรมใกล้ไทย เหมาะกับทริปเที่ยวต่างประเทศฉบับคนงบน้อยสุดๆ เดินทางได้หลายรูปแบบ เลือกวิธีได้ตามถนัด ทั้งแบบรถทัวร์-รถไฟก็เซฟงบได้ไม่เบา แต่ถ้ากดซื้อตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าไว้ได้ก็ประหยัดเวลาเดินทางไปอีกเยอะ ตีตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ไม่ต้องจองล่วงหน้า แต่ละจุดอยู่ในราคาหลักร้อย ด้วยขนาดประเทศที่กว้างมากขอให้เที่ยวเลาะตามเส้นทาง อย่าง เวียดนามกลาง เว้ ฮอยอัน และจบที่ฮานอย หรือแบ่งขึ้นสายเหนือ แยกกับสายใต้อีกทริป เพื่อไม่ให้งบประมาณบานปลายละลายไปกับการเดินทางข้ามพื้นที่

2.มาเลเซีย
เข้าประเทศมาเลเซียแบบประหยัดสุดคือขึ้นเครื่องบินแลนด์ดิ้งลงสงขลา จากนั้นจึงต่อรถทัวร์เข้าประเทศ หรือถ้าเจอตั๋วราคาดีจะเลือกไฟลท์บินตรงแบบถึงปุ๊บเที่ยวปั๊บก็ทันใจ แนะนำให้เช่ารถส่วนตัวขนาดมินิเพื่อใช้เดินทางในประเทศ จะเป็นสายชอป… ชิม… ชิลล์ เที่ยวเก็นติ้ง ไฮแลนด์ หรือชอบธรรมชาติไปพิชิตยอดเขาโคตาคินาบาลูก็เดินทางไปได้ จบในงบเพราะค่าน้ำมันที่นี่ถูกมาก จึงเหมาะสำหรับใครที่ต้องการเดินทางเที่ยวต่างประเทศแต่มีงบน้อย

ที่มา: cigna

Singha Food

Singha Food จัดงานเทศกาลแห่งความสุขและความอร่อยแบบเต็มพิกัด “Singha Food Festival” 
รวบรวมบรรดาร้านอาหารดังระดับพรีเมี่ยมกว่า 30 ร้านมาไว้ที่ใจกลางเมือง ณ ลานมรกต เซ็นทรัลชิดลม 
อาทิ Croissant Taiyaki, เหลือใจ, Chef Pom, Smoke.BKK, เจ๊แดงสามย่าน, Chim Ramen and diner
, โคตรยำ, Teyaki, Buzz Dog Hotdog & Fries, Tokki Izakaya, อองตอง ข้าวซอย, Mickey’s Diner BKK และ Mr.Lim Gimbap 
.
ให้ประชาชนได้เลือกซื้อเลือกชิมกัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sustainability” ที่ปราศจาก Single-Use Plastic 
เพลิดเพลินกับอาหารที่หลากหลายไปด้วยกันโดยไม่ทำร้ายโลก
.
นอกจากร้านอาหารดังที่ยกกันมาแล้ว Singha Food Festival ยังเอาใจคนรุ่นใหม่ 
เสิร์ฟความสุขให้ผู้ร่วมงานไปอีกขั้น ด้วยบรรดาศิลปินคุณภาพที่ร่วมกันมามอบสีสันภายในงาน
.
โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น Scrubb, Burin Boonvisut, The Parkinson, Joey Boy, 
Tom Isara และ T-Bone พร้อมกับเหล่า ดีเจ.อีกมากมาย
.
สำหรับผู้คนที่สนใจอยากร่วมชิมอาหารรสเลิศและเครื่องดื่มอีกมากมายในบรรยากาศดี ๆ ไปกับงาน 
Singha Food Festival สามารถมาเที่ยวงานได้ตั้งแต่วันที่ 11-13 พฤศจิกายนนี้ ณ ลานมรกต เซ็นทรัลชิดลม
.
ที่มา : ประชาชาติ
 

Brioni แบรนด์สุดเนี๊ยบ จากกรุงโรม ส่งตรงความหรูหรา สู่สุภาพบุรุษชาวไทย

หากพูดถึงชุดสูทสัก 1 ชุดเวลาใช้ออกงานนั้น จะต้องเป็นสูทที่เมื่อเวลาหนุ่ม ๆ ใส่แล้วจะช่วยในการเสริมบุคลิกและรูปร่างของหนุ่มให้ดูดี ดูเท่ ดูสมาร์ท และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคนใส่ ซึ่งหนุ่ม ๆ หลายคนมักจะประสบปัญหาว่าสูทที่ใส่อยู่นั้นไม่เหมาะกับตัวของคุณเอง บางครั้งอาจจะดูใหญ่จนเกินไป จนทำให้ความเท่ที่คุณมีอยู่นั้นหายไปเช่นกัน ดังนั้นเราควรเลือกสูทที่พอดีตัว และเหมาะสมกับคุณอยู่เสมอ ดังนั้นในการตัดสูทแต่ละครั้ง หรือเลือกซื้อเป็นสูทสำเร็จนั้น หนุ่ม ๆ ควรเลือกร้านที่มีความน่าเชื่อถือ มีประสบการณ์ พนักงานสามารถคอยแนะนำวิธีเลือกสูทให้เหมาะกับคุณได้อีกด้วย  

.

วันนี้เรา Promotions.co.th ได้มีโอกาสเข้าไปที่ร้าน Brioni ที่เรียกได้ว่า ถ้าใครจะตัดสูทสักชุดนั้น จะต้องคิดถึงสูทแบรนด์จากประเทศอิตาลีแบรนด์นี้อย่างแน่นอน…

.

Brioni เป็นแบรนด์ออกแบบเสื้อผ้าในประเทศอิตาลี โดยเริ่มก่อตั้งที่กรุงโรม ในปี 1945 ซึ่ง Brioni นั้น เป็นที่รู้จักในเรื่องของการตัดเย็บเสื้อผ้าคุณผู้ชาย เสื้อผ้าสำเร็จรูป และหนังชั้นดี ซึ่งแนวคิดและความสร้างสรรค์ของแบรนด์นี้นั้น ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก และโดนเด่น แตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ

.

ถ้าหากคุณกำลังคิดว่าเราบินไปถึงประเทศอิตาลีนั้น ป่าวค่ะ เพราะว่าแบรนด์ Brioni นั้นก็มีสาขาอยู่ที่ไทย ขอบอกว่าเป็นสาขาแรกและสาขาเดียวเท่านั้นนะคะ ซึ่งถ้าหากใครไปเดินช้อปปิ้งที่ห้างเกสร ตรงชิดลมอยู่บ่อย ๆ นั้น จะต้องสะดุดตากับร้านสูทร้านนี้อย่างแน่นอน โดยสาขาที่ไทยนั้น เปิดมาแล้วถึง 3 ปีด้วยกันแล้ว โดยในปีนี้เข้ากำลังสู่ปีที่ 4 แล้วในการเปิดให้บริการ เรามาดูกันที่บรรยากาศของร้านกันสักเล็กน้อย เมื่อคุณเดินเข้ามานั้น ขอ
บอกว่าการจัดวางของร้านนั้น ดูเรียบง่ายแต่กลับมีสไตล์น่าค้นหา ซึ่งภายในร้านแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ส่วนที่เป็นชุดลำลอง และ Accessories ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รองเท้า เข็มกลัด แว่นตา และอื่น ๆ อีกมากมาย

.

ปิดท้ายด้วยห้องรับรองภายในร้าน ที่รอบ ๆ ห้องนั้นคุณสามารถเลือกดูชุดสูท และขอคำแนะนำเกี่ยวกับการตัดสูทได้เช่นกัน โดยทั้ง 3 ส่วนนั้นสามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้หมด

.

Brioni นั้น นอกจากคุณจะเลือกซื้อเป็นสูทสำเร็จ คุณสามารถที่จะสั่งตัดสูทจากร้านได้อีกเช่นกัน ซึ่งขอบอกว่าจุดเด่นของ Brioni นั้นคือ จะมีช่างบินตรงจากอิตาลีลัดฟ้ามาประเทศไทย เพื่อมาวัดตัวคุณโดยเฉพาะ เรียกว่าเป็น 1 ในการบริการที่คุณจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน

.

โดยสูทที่สั่งตัดของทางร้านนั้น จะมีด้วยกันถึง 4 แบบหลัก ๆ ได้แก่ แบบคลาสสิค, แบบสลิม (Madison), แบบสลิมกลาง (Brunico) และแบบสลิมมาก ส่วนระยะเวลาในการสั่งตัดอยู่ที่ประมาณ 2-4 เดือน

.

ซึ่งสูท 1 ตัวของ Brioni นั้น จะมีฝีเข็มที่ทำด้วยมือ อยู่ที่ประมาณ 1,750 ฝีเข็ม เรียกว่าเป็นการผสมสานทั้งงานฝีมือและเครื่องจักรเลยก็ว่าได้ เราขอบอกว่าเป็นงานที่ประณีตมาก ๆ ซึ่งคุณสามารถสังเกตได้จากตรงรังดุมของแขนเสื้อนั้น จะเป็นฝีเข็มที่ทำด้วยมือทั้งหมด ส่วนเนื้อผ้าตัวข้างในที่ยอดฮิต เพราะมีคนสั่งตัดอยู่บ่อย ๆ ก็คือ ผ้าแคนวาส ซึ่งผ้าชนิดนี้จะไม่ค่อยยับ และทิ้งตัวแบบมีน้ำหนัก

.

ในส่วนของราคาในการตัดสูทนั้น ขึ้นอยู่กับเนื้อผ้าและรูปทรง ซึ่งลูกค้านั้นสามารถที่จะกำหนดได้เอง โดยมีราคาสูงสุดที่เคยมีลูกค้าสั่งตัดนั้นอยู่ที่ 1,000,000 บาทเลยทีเดียว ส่วนสูทสำเร็จของทางร้านนั้น ราคาอยู่ที่ประมาณ 190,000 – 230,000 บาท เรียกได้ว่าหนุ่ม ๆ คนไหนที่กำลังมองหาสูทอยู่นั้น ลองเลือกสูทแบรนด์นี้ดูนะคะ

.

แหล่งที่มา : https://promotions.co.th/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94/fashion-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7-brioni-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2.html

ไม่น่าเชื่อ มุมนี้ ใจกลางกรุง!!

มื้อเย็นสุดฟิน!! ที่แทบไม่อยากจะเชื่อว่า ภาพนี้ คือ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ไม่ต้องบินไปไกลถึงนิวยอร์ก ก็ได้มุมมอง แสนอลังแบบนี้ พร้อมกับมื้ออาหารสุดพิเศษ


ที่นี้เลย โรงแรม Banyan Tree Bangkok สาทรใต้ เขตสาทร กรุงเทพฯ
พิกัด : https://goo.gl/maps/GUV1ZL9hbYLcyZin9
ร้านอยู่บริเวณชั้น 61 เปิดบริการ : 17.00 - 21.00 น. (ศุกร์-อาทิตย์)
โทร.สอบถาม หรือ จองโต๊ะ : 0-2679-1200
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/vertigotoo

จองตั๋วรถไฟ ขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำนำเที่ยวเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ

เริ่มวันนี้ (11 พ.ย.2565) จองตั๋วรถไฟ ขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำนำเที่ยวเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2565 วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
.
นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้จัดกิจกรรมเดินขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำนำเที่ยว เฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวาคม เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาสุดมิได้ต่อกิจการรถไฟไทย รวมถึงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอื่นๆ อีกนับพันโครงการ ที่สร้างความผาสุกแก่พสกนิกรภายในประเทศ
.
การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้นำรถไฟหัวรถจักรไอน้ำ รุ่นแปซิฟิก หมายเลข 824 และ 850 รุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผลิตโดยบริษัท นิปปอน ชาร์เรียว จำกัด ซึ่งปัจจุบันได้เก็บรักษาและซ่อมบำรุงอยู่ที่โรงรถจักรธนบุรี มาจัดเดินขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำนำเที่ยว เส้นทางสายประวัติศาสตร์ระหว่าง สถานีกรุงเทพถึงสถานีฉะเชิงเทรา เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์
.
โดยเริ่มจำหน่ายตั๋วโดยสารตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป อัตราค่าโดยสารรถธรรมดาชั้น 3 ไป - กลับ ผู้ใหญ่/เด็ก ราคา 299 บาท และตู้โดยสารปรับอากาศ (รถโอทอป) ราคา 799 บาท โดยผู้โดยสารจะได้รับบริการอาหารว่างและน้ำดื่มทั้งเที่ยวไป-กลับทุกที่นั่ง
.
ผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อตั๋วและสำรองที่นั่งล่วงหน้าด้วยระบบ D-Ticket หรือที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเว็บไซต์ www.railway.co.th (คลิก) หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย
.
เปิดเส้นทางขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษนำเที่ยวกรุงเทพ-ฉะเชิงเทรา-กรุงเทพ ขบวนที่ 903/904
.
•    ออกจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 08.10 น. ถึงสถานีฉะเชิงเทราเวลา 09.50 น.
.
•    นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัดฉะเชิงเทราได้ตามอัธยาศัยประมาณ 6 ชั่วโมง อาทิ กราบ
.
สักการะหลวงพ่อพระพุทธโสธร พระพุทธรูปสำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร ไหว้ขอพรพระพิฆเนศวัดสมานรัตนาราม เดินชม ช้อปสินค้าที่ตลาดบ้านใหม่
.
•    ขบวนรถเที่ยวกลับออกจากสถานีฉะเชิงเทรา เวลา 16.30 น. ถึงกรุงเทพ เวลา 18.10 น.
.
สถานีที่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสาร
.
•    สถานีมักกะสัน
.
•    คลองตัน
.
•    หัวหมาก
.
รฟท. ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ใกล้เส้นทางรถไฟสายกรุงเทพ – ฉะเชิงเทรา สามารถร่วมบันทึกภาพหัวรถจักรไอน้ำในเส้นทางที่ขบวนรถวิ่งผ่านได้ตลอดเส้นทาง
.
ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1037244
 


© Copyright 2022, All rights reserved. CLOUD47Bangkok
Take Me Top