Sunday, 27 November 2022
Cloud47X

INFLUENCER TRIP by PTT

INFLUENCER TRIP BY PTT ก้าวผ่าน….สู่อนาคต


   ปตท.กับการขับเคลื่อนประเทศ ก้าวสู่อนาคตด้วยพลังงานทางเลือกใหม่ แก้ปัญหามลภาวะ และให้ความสำคัญกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions)  

   โดยจัดตั้งกิจกรรม วันที่ 26 ตุลาคม 2565 ณ ปตท. สำนักงานใหญ่ ได้เรียนเชิญเหล่าบรรดา INFLUENCER มากมายพร้อมทั้งสื่อมวลชน มาพบปะภายในงาน พูดคุยจัดการพากันก้าวผ่านสู่อนาคต

PTT – OR – TOYOTA - BIG พร้อมรองรับรถยนต์ไฟฟ้า สร้าง สถานีต้นแบบเติมไฮโดรเจน แห่งแรกของไทย

“พลังงานแห่งอนาคต” PTT – OR – TOYOTA - BIG  ผนึกกำลังเสริมแกร่ง พร้อมรองรับรถยนต์ไฟฟ้า เดินหน้าเปิดสถานีต้นแบบเติมไฮโดรเจน แห่งแรกของประเทศไทย

.

(8 พฤศจิกายน 2565) - นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) พร้อมด้วย นายวิศาล ชวลิตานนท์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) นายปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (BIG) นายปาซานา กาเนซ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (TDEM) และ นายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (TMT) ร่วมเปิดสถานีนำร่องทดลองใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle: FCEV) แห่งแรกของประเทศไทย (Hydrogen Station) ณ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

.

โดยการนำรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง รุ่นมิไร (Mirai) ของโตโยต้า มาเพื่อทดสอบการใช้งานในประเทศไทย ให้บริการในรูปแบบรถรับส่งระหว่างสนามบินอู่ตะเภา จังหวัดชลบุรี (U-Tapao Limousines) สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารในพื้นที่พัทยา - ชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมทำการเก็บข้อมูลเชิงเทคนิคที่ได้จากการใช้งานจริง เพื่อสร้างการรับรู้และเป็นข้อมูลรองรับการขยายผลใช้งานในอนาคต

.

ทั้งนี้นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ปตท. ตระหนักถึงความสำคัญเร่งด่วนของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก จึงมุ่งผลักดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของประเทศ พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ เพื่อร่วมกันผลักดันประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว ทั้งนี้ ปตท. เล็งเห็นว่าการลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอย่างไฮโดรเจน เป็นพลังงานที่มีศักยภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.

อย่างไรก็ตามการนำไฮโดรเจนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ เป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับประเทศไทยที่จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และการลงทุนมูลค่าสูง ความร่วมมือของ 5 พันธมิตรชั้นนำในกลุ่มพลังงานและยานยนต์ครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ทั้งในด้านมาตรฐานระดับสากล และความปลอดภัยสูงสุดที่จะส่งมอบให้กับผู้ใช้บริการในอนาคต โดย ปตท. ได้ร่วมสนับสนุนการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานของระบบอัดบรรจุก๊าซไฮโดรเจน และข้อมูลเชิงเทคนิคที่จำเป็น ร่วมผลักดันการใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกันในทุกมิติอย่างสมดุลและยั่งยืน

.

ด้านนายวิศาล ชวลิตานนท์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) กล่าวว่า จากแนวโน้มการใช้พลังงานในการเดินทางและการขนส่งในปัจจุบันที่รถไฟฟ้าเริ่มได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น และหนึ่งในพันธกิจของ OR คือการสร้าง Seamless Mobility โดยมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะต้องการพลังงานชนิดใดสำหรับการเดินทาง เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ รวมทั้งมุ่งมั่นผลักดันการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับการเดินทางและการขนส่งให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในประเทศ ตลอดจนพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) อย่างครบวงจร ซึ่งการสร้างสถานีบริการไฮโดรเจนเพื่อเติมไฮโดรเจนในรถยนต์ FCEV ครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญซึ่งจะช่วยเติมเต็มศักยภาพของโออาร์ในการมุ่งสู่การเป็นผู้นำ EV Ecosystem ในทุกมิติ 

.

โดยผู้บริโภคที่ใช้รถยนต์ FCEV ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเติมเชื้อเพลิง เนื่องจากการเติมไฮโดรเจนสำหรับรถยนต์ รูปแบบ Passenger Car ใช้เวลาเพียง 5 นาที ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ชอบการบริการที่สะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคผู้ใช้หรือมีแผนที่จะใช้รถ FCEV และพันธมิตรผู้ค้าในคุณภาพและมาตรฐานการบริการ ซึ่งเป็นผลดีกับการเติบโตของตลาดรถยนต์ EV และในอนาคตจะมีการพัฒนาการใช้พลังงานไฮโดรเจนในกลุ่มรถ FCEV ขนาดใหญ่ เช่น รถบัสและรถบรรทุก ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาในการเติมเชื้อเพลิง สามารถเพิ่มรอบการขนส่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรให้แก่ธุรกิจอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับเป้าหมายปี 2030 ของ โออาร์ ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม ที่จะสร้างสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ (Healthy Environment) เพื่อมุ่งสู่การบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon-neutrality) ภายในปี 2030 ซึ่งจะเป็นรากฐานที่นำไปสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรที่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Carbon Zero) ในปี 2050 ต่อไปอีกด้วย

.

ขณะที่นายปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (BIG) เปิดเผยว่า บีไอจีตั้งเป้าเป็นผู้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) ด้วยนวัตกรรมไฮโดรเจนซึ่งถือเป็นเทรนด์ของโลกในการแก้ไขปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในครั้งนี้ บีไอจีจึงได้ร่วมกับ 5 พันธมิตรในการนำนวัตกรรมจากก๊าซไฮโดรเจนมาใช้จริงในอุตสาหกรรมยานยนต์

.

ซึ่งถือเป็นสถานีเติมไฮโดรเจนเข้าสู่ยานยนต์แห่งแรกของประเทศไทย โดยไฮโดรเจนจากบีไอจีเป็นพลังงานสะอาดและมาจากเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้บีไอจียังมีแผนพัฒนาไฮโดรเจนทั้งในแบบคาร์บอนต่ำและปราศจากคาร์บอน ร่วมกับองค์กรชั้นนำในประเทศในอนาคต โดยบีไอจีได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกี่ยวกับไฮโดรเจนมาจากแอร์โปรดักส์ (บริษัทแม่ของบีไอจีในสหรัฐอเมริกา) ซึ่งเป็นผู้นำการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับก๊าซไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำและปราศจากคาร์บอนอันดับหนึ่งของโลก จึงมั่นใจได้ทั้งในด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่าง ๆ

.

นอกจากนี้บีไอจียังมุ่งเน้นสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในการกระจายความรู้และนวัตกรรมเกี่ยวกับไฮโดรเจนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์การเป็นผู้นำนวัตกรรมจากไฮโดรเจนของประเทศไทย การนำก๊าซไฮโดรเจนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาคยานยนต์ในครั้งนี้ถือความก้าวที่สำคัญที่ช่วยประเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Emissions

.

ส่วนนายปาซานา กาเนซ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (TDEM) เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้าที่มีต่อความเป็นกลางทางคาร์บอน เราเป็นหนึ่งในบริษัทที่ริเริ่มในการกำหนดเป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 (2593) ด้วยความเชื่อมั่นในแนวทางเทคโนโลยีที่หลากหลาย (multiple pathways) ของเรา โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีสะอาดที่แตกต่างกันเพื่อทำให้การลดคาร์บอนสามารถทำได้ในปริมาณมากและเร็วขึ้น

.

โดยเราจะดำเนินตามพันธกิจของเราในการลดคาร์บอนตลอดวัฏจักรผลิตภัณฑ์ของรถยนต์ เราเห็นศักยภาพที่ดีในไฮโดรเจนจากการใช้งานและประโยชน์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การผลิตจนถึงการจัดเก็บ การขนส่งไปจนถึงการใช้งานในภาคส่วนต่างๆ โตโยต้าได้เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) Mirai ซึ่งหมายถึงอนาคต ในปี 2557และรุ่นที่ 2 ในปี 2564 วิสัยทัศน์ของโตโยต้าต่อสังคมปลอดคาร์บอนและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเคลื่อนย้ายที่ปราศจากคาร์บอนสำหรับทุกคน จะเป็นความจริงได้ก็ต่อเมื่อผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดรวมตัวและร่วมมือกันเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน และเนื่องจากผมเป็นหนึ่งในสองสมาชิกผู้ก่อตั้ง Hydrogen Council ในปี 2559 ผมมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีไฮโดรเจนมาสู่ความเป็นจริงในการขับเคลื่อนในชีวิตประจำวัน และอยากจะส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดทำงานร่วมกันในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับไฮโดรเจน

.

และนายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (TMT) กล่าวปิดท้ายว่า โตโยต้ามีความท้าทายในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 โดยมีกลยุทธหลักว่าด้วยการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ในหลากหลายแนวทาง หรือ Multi Pathway เพื่อนำเสนอทางเลือกในการเดินทางที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่มที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน ด้วยยานยนต์หลากหลายระบบขับเคลื่อน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดในการตอบสนองการขับเคลื่อนของทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง

.

ทั้งนี้ เพื่อให้เทคโนโลยียานยนต์ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ถูกนำไปใช้งานได้จริง เราจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจถึงรูปแบบการใช้งานที่เหมาะสมกับประเทศไทย จึงได้ริเริ่มโครงการ”การจัดตั้งเมืองที่ยั่งยืนโดยปราศจากมลภาวะ Decarbonized Sustainable City” โดยมีรถยนต์รถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง โตโยต้า มิไร เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทดลองนี้ เนื่องจากเป็นยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจนอันเป็นพลังงานทางเลือกที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนนั้น โตโยต้ามิอาจบรรลุพันธกิจดังกล่าวได้เพียงลำพัง แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนจากพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกัน ดังเช่น โครงการความร่วมมือฯ อันนำมาซึ่งกิจกรรมการเปิดสถานีไฮโดรเจนแห่งแรกในเมืองไทยในวันนี้ ผมหวังว่าความร่วมมือในวันนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการเติมเต็มแผนยุทธศาสตร์ Multi Pathway ของเรา ตลอดจนเป็นการร่วมเติมเต็มวิสัยทัศน์ของประเทศในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนต่อไป

Brioni แบรนด์สุดเนี๊ยบ จากกรุงโรม ส่งตรงความหรูหรา สู่สุภาพบุรุษชาวไทย

หากพูดถึงชุดสูทสัก 1 ชุดเวลาใช้ออกงานนั้น จะต้องเป็นสูทที่เมื่อเวลาหนุ่ม ๆ ใส่แล้วจะช่วยในการเสริมบุคลิกและรูปร่างของหนุ่มให้ดูดี ดูเท่ ดูสมาร์ท และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคนใส่ ซึ่งหนุ่ม ๆ หลายคนมักจะประสบปัญหาว่าสูทที่ใส่อยู่นั้นไม่เหมาะกับตัวของคุณเอง บางครั้งอาจจะดูใหญ่จนเกินไป จนทำให้ความเท่ที่คุณมีอยู่นั้นหายไปเช่นกัน ดังนั้นเราควรเลือกสูทที่พอดีตัว และเหมาะสมกับคุณอยู่เสมอ ดังนั้นในการตัดสูทแต่ละครั้ง หรือเลือกซื้อเป็นสูทสำเร็จนั้น หนุ่ม ๆ ควรเลือกร้านที่มีความน่าเชื่อถือ มีประสบการณ์ พนักงานสามารถคอยแนะนำวิธีเลือกสูทให้เหมาะกับคุณได้อีกด้วย  

.

วันนี้เรา Promotions.co.th ได้มีโอกาสเข้าไปที่ร้าน Brioni ที่เรียกได้ว่า ถ้าใครจะตัดสูทสักชุดนั้น จะต้องคิดถึงสูทแบรนด์จากประเทศอิตาลีแบรนด์นี้อย่างแน่นอน…

.

Brioni เป็นแบรนด์ออกแบบเสื้อผ้าในประเทศอิตาลี โดยเริ่มก่อตั้งที่กรุงโรม ในปี 1945 ซึ่ง Brioni นั้น เป็นที่รู้จักในเรื่องของการตัดเย็บเสื้อผ้าคุณผู้ชาย เสื้อผ้าสำเร็จรูป และหนังชั้นดี ซึ่งแนวคิดและความสร้างสรรค์ของแบรนด์นี้นั้น ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก และโดนเด่น แตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ

.

ถ้าหากคุณกำลังคิดว่าเราบินไปถึงประเทศอิตาลีนั้น ป่าวค่ะ เพราะว่าแบรนด์ Brioni นั้นก็มีสาขาอยู่ที่ไทย ขอบอกว่าเป็นสาขาแรกและสาขาเดียวเท่านั้นนะคะ ซึ่งถ้าหากใครไปเดินช้อปปิ้งที่ห้างเกสร ตรงชิดลมอยู่บ่อย ๆ นั้น จะต้องสะดุดตากับร้านสูทร้านนี้อย่างแน่นอน โดยสาขาที่ไทยนั้น เปิดมาแล้วถึง 3 ปีด้วยกันแล้ว โดยในปีนี้เข้ากำลังสู่ปีที่ 4 แล้วในการเปิดให้บริการ เรามาดูกันที่บรรยากาศของร้านกันสักเล็กน้อย เมื่อคุณเดินเข้ามานั้น ขอ
บอกว่าการจัดวางของร้านนั้น ดูเรียบง่ายแต่กลับมีสไตล์น่าค้นหา ซึ่งภายในร้านแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ส่วนที่เป็นชุดลำลอง และ Accessories ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รองเท้า เข็มกลัด แว่นตา และอื่น ๆ อีกมากมาย

.

ปิดท้ายด้วยห้องรับรองภายในร้าน ที่รอบ ๆ ห้องนั้นคุณสามารถเลือกดูชุดสูท และขอคำแนะนำเกี่ยวกับการตัดสูทได้เช่นกัน โดยทั้ง 3 ส่วนนั้นสามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้หมด

.

Brioni นั้น นอกจากคุณจะเลือกซื้อเป็นสูทสำเร็จ คุณสามารถที่จะสั่งตัดสูทจากร้านได้อีกเช่นกัน ซึ่งขอบอกว่าจุดเด่นของ Brioni นั้นคือ จะมีช่างบินตรงจากอิตาลีลัดฟ้ามาประเทศไทย เพื่อมาวัดตัวคุณโดยเฉพาะ เรียกว่าเป็น 1 ในการบริการที่คุณจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน

.

โดยสูทที่สั่งตัดของทางร้านนั้น จะมีด้วยกันถึง 4 แบบหลัก ๆ ได้แก่ แบบคลาสสิค, แบบสลิม (Madison), แบบสลิมกลาง (Brunico) และแบบสลิมมาก ส่วนระยะเวลาในการสั่งตัดอยู่ที่ประมาณ 2-4 เดือน

.

ซึ่งสูท 1 ตัวของ Brioni นั้น จะมีฝีเข็มที่ทำด้วยมือ อยู่ที่ประมาณ 1,750 ฝีเข็ม เรียกว่าเป็นการผสมสานทั้งงานฝีมือและเครื่องจักรเลยก็ว่าได้ เราขอบอกว่าเป็นงานที่ประณีตมาก ๆ ซึ่งคุณสามารถสังเกตได้จากตรงรังดุมของแขนเสื้อนั้น จะเป็นฝีเข็มที่ทำด้วยมือทั้งหมด ส่วนเนื้อผ้าตัวข้างในที่ยอดฮิต เพราะมีคนสั่งตัดอยู่บ่อย ๆ ก็คือ ผ้าแคนวาส ซึ่งผ้าชนิดนี้จะไม่ค่อยยับ และทิ้งตัวแบบมีน้ำหนัก

.

ในส่วนของราคาในการตัดสูทนั้น ขึ้นอยู่กับเนื้อผ้าและรูปทรง ซึ่งลูกค้านั้นสามารถที่จะกำหนดได้เอง โดยมีราคาสูงสุดที่เคยมีลูกค้าสั่งตัดนั้นอยู่ที่ 1,000,000 บาทเลยทีเดียว ส่วนสูทสำเร็จของทางร้านนั้น ราคาอยู่ที่ประมาณ 190,000 – 230,000 บาท เรียกได้ว่าหนุ่ม ๆ คนไหนที่กำลังมองหาสูทอยู่นั้น ลองเลือกสูทแบรนด์นี้ดูนะคะ

.

แหล่งที่มา : https://promotions.co.th/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94/fashion-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7-brioni-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2.html

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันวิทยสิริเมธี และโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ประจำปีการศึกษา 2564

วันนี้ (15 พฤศจิกายน 2565) - สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังวังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันวิทยสิริเมธี ประจำปี 2564 จำนวน 30 คน โดยแบ่งเป็นระดับปริญญาเอก จำนวน 26 ราย และระดับปริญญาโท จำนวน 4 ราย และพระราชทานทุนการศึกษา “ศรีเมธี” ให้กับนิสิตที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมจากสถาบันฯ จำนวน 4 ราย รวมทั้งพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้แทนนักเรียนโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ที่สำเร็จการศึกษา รุ่นที่ 5 จำนวน 2 ราย โดยมี นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล อธิการบดีสถาบันวิทยสิริเมธี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. พร้อมกับคณะผู้บริหารและพนักงาน กลุ่ม ปตท. เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง

.

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดพระเนตรผลงานทางวิชาการและงานวิจัยของสถาบันวิทยสิริเมธี ที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจในปัจจุบัน แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ งานวิจัยทางด้านระบบปัญญาและหุ่นยนต์ (Al and Robotic) งานวิจัยทางด้านเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน การพัฒนาแบตเตอรี่และวัสดุคุณภาพภาพสูง (Energy Materials & Environment) และงานวิจัยพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และการเพิ่มมูลค่าขยะอินทรีย์ อนึ่ง สถาบันวิทยสิริเมธี ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อร่วมกันสร้างนักวิจัย พัฒนางานวิจัยที่มีศักยภาพไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และสร้างคุณค่าให้แก่สังคม อันเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญของสถาบันฯ

.

ต่อมาทรงเป็นประธานในการลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สถาบันวิทยสิริเมธี และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจากการดำเนินโครงการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV และห้องปฏิบัติการ ในพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) พื้นที่ประมาณ 88 ไร่

.

เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ที่สำคัญและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ให้เป็นเครื่องมือที่มีพลานุภาพ เป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่สามารถสร้างคุณประโยชน์มากมายมหาศาลต่องานวิจัยทางด้านการแพทย์ การเกษตร อุตสาหกรรม และด้านอื่น ๆ โดยเครื่องกำเนิดแสงที่จะจัดสร้างนี้ มีค่าระดับพลังงาน 3 GeV และใช้เทคโนโลยี Double Triple Bend Achromat (DTBA) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้แสงซินโครตรอนมีความสว่างจ้ามากกว่าเดิม 1 ล้านเท่า และรองรับระบบลำเลียงแสงได้สูงถึง 22 ระบบ จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ด้านงานวิจัยได้หลากหลาย

.

จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารปฏิบัติการวิศวกรรม (Fabrication Center) ซึ่งเป็นห้องทดลองสำหรับนักเรียนในการสืบค้นข้อมูลและพัฒนาต้นแบบสิ่งประดิษฐ์ตามแนวคิดของตนเอง พร้อมทรงติดตามความก้าวหน้าและความยั่นยืนของโรงเรียนกำเนิดวิทย์ โดยมี

.

รองศาสตราจารย์ ดร.บุญโชติ เผ่าสวัสดิ์ยรรยง ผู้อำนวยการโรงเรียนกำเนิดวิทย์ กราบบังคมทูลรายงาน ต่อมาเสด็จพระราชดำเนินไปยัง “ศูนย์เรียนรู้เกษตรนวัต สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา” ซึ่งเป็นแหล่งการเรียนรู้สำคัญในการพัฒนาภาพลักษณ์ของเกษตรกรไทยยุคใหม่ ให้เป็นอาชีพที่น่าภาคภูมิใจและยั่งยืน โดย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. และ นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานกรรมการ บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือและแพลตฟอร์ม “สวนสมรม” ที่นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการพัฒนาระบบการเกษตร

.

ต่อมาทรงเสด็จพระราชดำเนินเยือนลานใจบ้าน สถาบันวิทยสิริเมธี โดยมีนายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน เฝ้าฯ รับเสด็จ และนำเสนอนิทรรศการโครงการด้านนวัตกรรมและสิ่งแวดล้อม ผลงานของ ปตท.สผ. ร่วมกับพันธมิตร ที่จะช่วยสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านแนวคิด EP Net Zero 2050 ของ ปตท.สผ. นอกจากนี้ยังจัดแสดงเกี่ยวกับเทคโนโลยี Smart Forest Solution ซึ่งเป็นผลงานของ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส หรือ เออาร์วี ซึ่งเป็นบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ในเครือ ปตท.สผ. โดยเป็นเทคโนโลยีเพื่อการวางแผนบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โครงการด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืนของ ปตท.สผ. ภายใต้แนวคิด “ทะเลเพื่อชีวิต” (Ocean for Life) เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้กับระบบนิเวศใต้ทะเล

.

จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงโดรนแปรอักษรประกอบ แสง สี เสียง ซึ่งกลุ่ม ปตท. โดย ปตท.สผ. และบริษัท เออาร์วี จัดแสดงขึ้นด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยใช้โดรนจำนวนกว่า 700 ลำ ทำการแสดงรวม 9 ภาพ ในรูปแบบ 3 มิติ ผสานม่านน้ำมัลติมีเดีย ในชื่อชุด “ความยั่งยืนจากท้องทะเลสู่ท้องฟ้า เหล่าประชาร่วมเทิดพระเกียรติ” โดยนำเสนอความมุ่งมั่นของ ปตท.สผ. ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เชื่อมโยงสู่การใช้เทคโนโลยีโดรนและปัญญาประดิษฐ์เพื่อดูแลความสมบูรณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง รวมถึงเพื่อพัฒนาภาคการเกษตรของไทย และพระราชกรณียกิจในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ฉลอง 100 ปี ช็อกโกแลต “Valthona” แบรนด์แห่ง "ความยั่งยืน" ชวนกินช็อกโกแลต ทั้งแบบอาหารคาว-หวาน

แบรนด์ ช็อกโกแลตจากชื่อดังจากฝรั่งเศส "Valrhona" (วาลโรห์น่า) จัดงานฉลองครบ 100 ปี พร้อมประกาศเป็นแบรนด์ "ช็อกโกแลต" แห่ง "ความยั่งยืน"

.

โดย Valrhona (วาลโรห์น่า) ถือกำเนิดที่ประเทศฝรั่งเศส โดยเพสทรี่เชฟ Alberic Guironnet จาก Rhone Valley เมื่อปี ค.ศ.1922 ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ Tain ในย่าน Hermitage ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกไวน์ AOC และผลิตชีสที่สำคัญในเขตเมืองลียง

.

ซึ่งปีนี้ Valrhon มีอายุครบ 100 ปี พัชรินทร์  เหมอังกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท กูร์เมท์วัน ฟู้ดส์เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าช็อกโกแลต Valrhon จัดงาน 100 years of commitment ที่ @Bar โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ชวนกินช็อกโกแลตหลากหลายรูปแบบ ทั้งอาหารคาว-หวาน

.

Valrhona สร้างชื่อเสียงในฐานะช็อกโกแลตพรีเมี่ยม สำหรับเพสทรี่เชฟ หรือเชฟขนม ทำขนม-เครื่องดื่ม และจำหน่ายช็อกโกแลตบาร์หลายรสชาติ อีกทั้งเปิดโรงเรียนสอนเพสทรี่เชฟทำขนม Ecole du Grand Chocolat ปี 2015 เปิดสาขาที่บรุคลิน และอีก 2 แห่งในฝรั่งเศสและญี่ปุ่น

.

ทั้งนี้เมื่อสองปีที่ผ่าน ช็อกโกแลตจากฝรั่งเศส ชูนโยบายแห่งความยั่งยืน โดยรับซื้อผลผลิตโกโก้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส จากแหล่งปลูกราว 80 พื้นที่ใน 22 ประเทศ โดยติดต่อกับคนปลูกโดยตรงเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ตรวจสอบการปลูก การเก็บเกี่ยว การหมักผลโกโก้ ด้วยวิถียั่งยืน

.

และลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ในปีที่ผ่าน Valrhona เริ่มต้นปลูกโกโก้และจัดการผลผลิตโกโก้ของตัวเอง แห่งแรกในประเทศเวเนซูเอล่า และสาธารณรัฐโดมินกัน เพื่อให้ได้ผลผลิตและคุณภาพตามที่ต้องการ

.

ปี 2020 ได้ใบประกาศ B-Corp (Certified B Corporation, B-Lab) เป็นองค์กรเอกชนที่วางกฎเกณฑ์ภาคธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจเพื่อชุมชนและรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อรับรองคุณสมบัติตามที่กำหนด โดยจะตรวจสอบการดำเนินธุรกิจทุก ๆ 3 ปี ปัจจุบันมีธุรกิจกว่า 5,697 บริษัท ใน 158 อุตสาหกรรม จาก 85 ประเทศที่ได้ใบรับรอง B-Crop

.

งานฉลองครบ 100 ปี Valrhona ชวนชิมอาหารคาวจากช็อกโกแลต 2 เมนู ได้แก่ ชอร์ตริบสตูว์ โดยเชฟอ่ำ - อิทธิ นิตยาพร แห่งโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ฯ ทำสตูว์จากเนื้อที่หมักโกโก้และซูวีอีก 36 ชั่วโมง ก่อนนำมาตุ๋นเป็นสตูว์ พร้อมเติม Valrhona Guanaja ดาร์กช็อกโกแลต 70% ลงไปเคี่ยวเพิ่ม เพื่อให้เนื้อสัมผัสมีรสหวานอมขอ เสิร์ฟกับมันฝรั่งพูรี และเมนูแซลมอนรมควัน ที่เพิ่มผงโกโก้ลงไปให้ได้กลิ่นและรส ของหวานได้แก่ ขนมชั้นแบบไทย ๆ ผสมช็อกโกแลต และขนมปาเล่ต์ ลอร์ (Palet L’or) แปลว่าก้อนทองคำ ทำจาก Valrhona Komuntu 80% สูตรเฉพาะจากเพสทรี่เชฟทั่วโลก 100 คน มาออกแบบช็อกโกแลตก้อนทองรูปหัวใจ เพื่อฉลองครบ 100 Years of commitment ประกาศคำมั่นสัญญาในการสร้างสรรค์ช็อกโกแลตแห่งความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้

.

ที่มา : https://www.valrhona-chocolate.com

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/food/1038706

เข้าฤดูหนาวแล้ว ได้เวลาออกชิล! วันนี้ขอแนะนำราคาจองตั๋วเครื่องบินคุ้มๆ กับแอร์เอเชีย✈️

จองเลย! https://app.airasia.com/F4uy/tv2f4lot

.

เส้นทางบินในประเทศ

ราคาสมาชิก airasia เริ่มต้นที่ 699 บาท (เที่ยวเดียว)

ราคาบุคคลทั่วไป 742 บาท

.

เส้นทางบินต่างประเทศ

ราคาสมาชิก airasia เริ่มต้นที่ 1,550  บาท (เที่ยวเดียว)

ราคาบุคคลทั่วไป 1,590 บาท

.

จองด่วน 21 พ.ย. 2565 - 27 พ.ย. 2565

เดินทาง 5 ธ.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2566

.

*โปรโมชั่นพิเศษมีจำนวนจำกัดและอาจไม่มีให้บริการในบางเที่ยวบินในและต่างประเทศของรหัสเที่ยวบิน FD และบางช่วงของวันหยุดยาว ราคาบัตรโดยสารไม่รวมค่าบริการเสริมและค่าธรรมเนียมต่างๆ ราคาที่แสดง/ปรากฎคือราคาถูกสุดเมื่อจองผ่าน airasia.com และ Mobile App เพียงสมัครสมาชิก airaisa ลดเพิ่ม 40 บาท เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัทฯ

.

**เส้นทางบินในประเทศ ราคาสมาชิก airasia เริ่มต้นที่ 699 บาท (เที่ยวเดียว) เริ่มเดินทางวันที่ 9 มกราคม 2566 เป็นต้นไป


TRENDING
© Copyright 2022, All rights reserved. CLOUD47Bangkok
Take Me Top