Tuesday, 5 March 2024
Cloud47X

วางแผนก่อนเที่ยว เช็กหยุดยาวปีใหม่นี้ ทางด่วนไหนขึ้นฟรีบ้าง

วันหยุดยาวช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 โดยกระทรวงคมมนาคมในส่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยและกรมทางหลวง ร่วมมอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ได้เปิดทางด่วน - มอเตอร์เวย์ให้ขึ้นฟรี

.

เริ่มที่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เปิดให้ใช้ "ทางด่วนฟรี" รวม 6 วัน จำนวน 3 เส้นทาง

วันที่ 29 ธ.ค.65 ตั้งแต่เวลา 00.01 จนถึงวันที่ 3 ม.ค.66 เวลา 24.00 น.

-ทางพิเศษบูรพาวิถี และทางด่วนกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์)

-ทางทางด่วนเฉลิมมหานครทางพิเศษศรีรัช

-ทางทางพิเศษอุดรรัถยา

.

ในส่วนของ "กรมทางหลวง" เปิดให้ประชาชนใช้งาน "มอเตอร์เวย์ฟรี" รวม 7 วัน จำนวน 2 เส้นทาง

วันที่ 29 ธ.ค.65 ตั้งแต่เวลา 00.01 น. จนถึงวันที่ 4 ม.ค. 66 เวลา 24.00 น.

-ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กรุงเทพ - ชลบุรี - พัทยา - มาบตาพุด

-ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 บางปะอิน - บางพลี และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 พระประแดง - ต่างระดับบางขุนเทียน

.

นอกจากนี้กรมทางหลวงยังเปิดให้บริการวิ่งฟรีชั่วคราวโดยจัดการจราจรแบบเดินรถทางเดียว รวม 7 วัน จำนวน 1 เส้นทาง

วันที่ 29 - 31 ธ.ค.65 เดินทางขาออก

-ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 ช่วง อำเภอปากช่อง - อำเภอสีคิ้ว - อำเภอขามทะเลสอ

.

วันที่ 1 - 4 ม.ค.66 เดินทางขาเข้า

-ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 ช่วง อำเภอปากช่อง - อำเภอสีคิ้ว - อำเภอขามทะเลสอ

.

ที่มา ฐานเศรษฐกิจ

 

THE BAR ดื่มด่ำกับสุดยอดเครื่องดื่ม บนพื้นที่บ้านสาทรในอดีต

THE BAR THE HOUSE ON SATHORN

ร้านอาหารที่จะพาคุณย้อนกลับไปในทศวรรษ 1920

กับส่วนผสมอันละเอียดอ่อนของสุดยอดเครื่องดื่ม

ที่ให้คุณได้ลิ้มรส พร้อมอาหารที่สะท้อนเรื่องราว

ความอุดมสมบูรณ์ของไทยบนพื้นที่ทรงคุณค่า

บ้านสาทรของ หลวงสาทรราชายุตก์ (ยม พิศลยบุตร)

ในอดีต

.

ที่ THE BAR THE HOUSE ON SATHORN

โทร. 02 344 4025

thehouseonsathorn@whotels.com

https://bit.ly/3AwnPbG

 

แชงกรี-ลา ชวนเคาท์ดาวน์ปีใหม่ ดูพลุตระการตา พร้อมอาหารเลิศรส

ต้อนรับปีพ.ศ. 2566 และสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารเลิศรสพร้อมชมภาพตระการตาของพลุดอกไม้ไฟเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ

ในราคาเริ่มต้นที่ท่านละ 10,000 บาทถ้วนสำหรับผู้ใหญ่

.

คลิ๊กชมรายละเอียดเพิ่มเติมที่ bit.ly/shangrila-eshop-NYEDining

02236 7777

 

'ลาบเสียบ Rooftop !' อาหารอีสานบนดาดฟ้า แซบ+ชิล จองโต๊ะด่วน !

"ลาบเสียบรูฟท็อป" อาหารอีสาน fusion
ตั้งอยู่ชั้นบนของศูนย์ศิลปะจิม ทอมป์สัน ใกล้ BTS สนามกีฬา
เมนูเด็ดคือลาบเสียบไม้ น้ำจิ้มแซ่บ ๆ 
เชิญนั่งจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ นั่งชิลลมเย็น ๆ เปิดเพลงคลอ ๆ 
อาหารแอบรอนานนิด แต่อร่อยแน่นอน
ที่สำคัญบรรยากาศล้ำเลิศมาก !
(แนะนำให้จองก่อน เพราะโต๊ะมีไม่มากและเต็มเร็ว)
.
ลาบเสียบ Isan Spicy BBQ 
Jim Thompson Art Center
เปิด พ.-อา. 17.00 – 23.00
.
ที่มา FB : มีอะไร / FB : ลาบเสียบ Isan Spicy BBQ 
 

เมืองในฝัน!! “อัมสเตอร์ดัม” มุ่งเปลี่ยนเป็นเมืองไฟฟ้า เมืองมรดกโลกยูเนสโกที่เต็มไปด้วยความสวยงาม

หนึ่งในโปรแกรมห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวเมืองระดับโลกอย่าง “อัมสเตอร์ดัม” เมืองหลวงประเทศเนเธอร์แลนด์ คือ การนั่งเรือลัดเลาะชมทัศนียภาพสองฝั่งคลองที่สวยงาม ซึ่งคลองในเมืองอัมสเตอร์ดัมที่สร้างขึ้น ราวปลายศตวรรษที่ 16 ถึงต้นศตวรรษที่ 17 ถือเป็นมรดกโลกยูเนสโกอีกด้วย

.

ความพิเศษอย่างหนึ่งในปัจจุบัน คือ เรือต่างๆในคลองอัมสเตอร์ดัม ไม่ต่ำกว่า 75% เปลี่ยนมาเป็นเรือไฟฟ้า โดยตั้งเป้าให้เป็นเรือปลอดน้ำมันทั้งหมดภายในปี 2025

.

ความพิเศษอย่างหนึ่งในปัจจุบัน คือ เรือต่างๆในคลองอัมสเตอร์ดัม ไม่ต่ำกว่า 75% เปลี่ยนมาเป็นเรือไฟฟ้า โดยตั้งเป้าให้เป็นเรือปลอดน้ำมันทั้งหมดภายในปี 2025

 

เรือโดยสารนับเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ในอัมสเตอร์ดัม เนื่องจากเป็นหนึ่งในรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมาก นำผู้โดยสารผ่านลำคลองอันเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองในแต่ละปีรวมกันนับล้านคน โดยการเปลี่ยนแปลงของเรือพาณิชย์ในอัมสเตอร์ดัม กำลังดำเนินไปข้างหน้า ในวันนี้ประมาณ 75% ที่เดินเรือในคลองเป็นการใช้ระบบไฟฟ้า และพลังงานแสงอาทิตย์ ปลอดการปล่อยมลพิษ

.

ทางการอัมสเตอร์ดัมจึงได้ตั้งเป้าหมายให้เป็นเรือไฟฟ้าทั้งหมด หยุดการใช้เครื่องยนต์ดีเซลทางน้ำให้ได้ 100% ภายในปี 2025 อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ตามแนวทางของโครงการ Smart City Amsterdam และยังช่วยลดความแออัดบนท้องถนน ลดมลพิษจากควันและเสียงจากรถในเมืองได้

.

- City Canal Cruise ล่องเรือเที่ยวตอนกลางวัน หรือ Evening Cruise ล่องเรือตอนกลางคืน (พร้อมอาหารค่ำ)

- City Canal Cruise and Rijksmuseum ล่องเรือคลองอัมสเตอร์ดัม พร้อมตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Rijksmuseum

- เรือ Hop On Hop Off บริการล่องเรือเที่ยวในคลองอัมสเตอร์ดัมแบบ 24 ชั่วโมง ขึ้นลงตามป้ายเส้นทางที่ให้บริการได้ตามใจชอบ

.

ที่มา : https://mgronline.com/travel/detail/9660000000935

 

‘อินโนบิก’ - ‘ฮาตาริ เน็กซ์’ นำร่องคิดค้นอุปกรณ์การแพทย์แบบใช้ในบ้าน เพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงการรักษาได้ด้วยตัวเอง

อินโนบิก ร่วมมือกับ ฮาตาริ เน็กซ์ มุ่งนำร่องพัฒนาและจัดจำหน่าย

อุปกรณ์ทางการแพทย์ แบบใช้ภายในบ้าน เพื่อให้บุคคลทั่วไปสามารถดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเอง

.

บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จํากัด และ บริษัท ฮาตาริ เน็กซ์ จํากัด ร่วมเดินหน้าพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช้ภายในบ้าน (Home-Use Medical Device) สะดวกพกพา ง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งจะช่วยให้บุคคลทั่วไปสามารถดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองและคนในครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น อาทิ การร่วมกันพัฒนาอุปกรณ์เครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องเจาะเลือด (Non-Invasive Blood Glucose Monitor) ที่เหมาะสมกับคนไทย โดยวางแผนพร้อมจําหน่ายภายในปี 2566 นอกจากนี้ ยังร่วมมือกันในการจัดจําหน่ายอุปกรณ์เครื่องคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบพกพาแบรนด์ CMATE และเครื่องวัดความดันโลหิตแบบพกพา โดย อินโนบิก จะเป็นผู้แทนในการจัดจําหน่ายผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งออนไลน์ ร้านขายยา และโรงพยาบาล

.

ดร. บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด เปิดเผยว่า “อุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช้ภายในบ้านถือเป็นแนวโน้มใหม่ของการป้องกันและตรวจวินิจฉัยสุขภาพเบื้องต้น โดยคาดการณ์ในอีก 5 ปีข้างหน้า ในปี 2571 จะมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงทำให้มีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอโดยอาศัยความรู้ทางการแพทย์ควบคู่กับเทคโนโลยีทางวิศวกรรมและการวิเคราะห์ข้อมูล (data analytic) ประกอบกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และความใส่ใจด้านสุขภาพของไทย ทำให้มีความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย สะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น ด้วยความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ในการพัฒนาเทคโนโลยีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของฮาตาริ ผนวกกับความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม ความรู้ ประสบการณ์ด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์และการดูแลรักษาสุขภาพของ

อินโนบิก จึงเกิดความร่วมมือในการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ แบบใช้ภายในบ้าน ที่มีระบบวิเคราะห์และประมวลผลที่แม่นยําและเข้าใจง่ายในครั้งนี้ โดยผู้ใช้สามารถตรวจประเมินสุขภาพเบื้องต้นได้ด้วยตนเองและสามารถนําข้อมูลไปปรึกษาแพทย์ได้ ตอกย้ำความมุ่งมั่น ของ อินโนบิก (เอเซีย) ที่ดำเนินธุรกิจวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต (Life Science) ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย และลดการพึ่งพาการนําเข้า เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพ”

.

คุณวิชัย วนวิทย์ ประธานบริษัท ฮาตาริ เน็กซ์ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้จะนำร่องด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอุปกรณ์เครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องเจาะเลือด ที่สามารถวิเคราะห์และประมวลผลลักษณะทางกายภาพของคนไทยได้อย่างแม่นยำ ตอบโจทย์การรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศ ที่ในปัจจุบันมียอดสะสมสูงถึง 4.8 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชนิดที่ยังไม่ต้องฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ผู้ที่มีภาวะความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน หรือที่เรียกว่า Pre-diabetes คือมีช่วงค่าระดับน้ำตาลในเลือดก่อนทานอาหารอยู่ในช่วง 100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร จะมีแนวโน้มสูงขึ้น ถึงกว่าหลายสิบล้านคนและเพิ่มขึ้นกว่า 500,000 คนในแต่ละปี ความร่วมมือกันระหว่างบริษัท ฮาตาริ เน็กซ์ และ บริษัท อินโนบิก จะพัฒนาอุปกรณ์ดังกล่าวที่สามารถคำนวนค่าระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างแม่นยำ ผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ (AI) โดยจะมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา สะดวกต่อการพกพา ในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ สามารถเข้าถึงการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้ง่ายยิ่งขึ้น สามารถดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเอง เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยต่อไป”

.

บริษัท อินโนบิก (เอเชีย) จำกัด มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ Life Science ของ กลุ่ม ปตท. ให้เป็นรูปธรรมชัดเจน โดยมุ่งเน้นดำเนินการลงทุนใน ธุรกิจยา ธุรกิจวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และ ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ มีวิสัยทัศน์คือก้าวขึ้นเป็นบริษัท Life Science ชั้นนำในภูมิภาค ด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์อันเป็นเลิศ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี

.

บริษัท ฮาตาริ เน็กซ์ จำกัด มุ่งเน้นทำธุรกิจเป็นผู้รวบรวมระบบทางไอที เทคโนโลยีและแอพลิเคชั่น รวมถึงการขยายเข้าสู่ธุรกิจเทรนด์ใหม่ที่ใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ทั้งด้านพลังงานทดแทน ด้านสุขภาพ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตสำหรับคนไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต

.

ซีเมท เครื่องวัดสุขภาพหัวใจส่วนบุคคลเครื่องแรกในประเทศไทย ที่วัดค่าคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้เทียบเคียงกับเครื่องขนาดใหญ่ที่ใช้ในโรงพยาบาล สามารถเชื่อมต่อกับ application บนมือถือพร้อมอ่านค่าคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้แบบทันที ใช้ core processor จาก intel การันตีคุณภาพการทำงาน พร้อมทั้งมีระบบวิเคราะห์อัจฉริยะ (Ai) ประมวลผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ให้คำแนะนำเบื้องต้นในการดูแลสุขภาพหัวใจ

.

สั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line Official: @INNOBICASIA หรือ โทร. 063-915-8876

 

มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ!! ‘ออน-ไอออน’ พร้อมบริการสถานีชาร์จไฟฟ้า EV พร้อมเชื่อมความสุข ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 17 สาขา

ออน-ไอออน เปิดให้บริการสถานีชาร์จไฟ EV ด้วยพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบแล้ววันนี้ ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 17 สาขา พร้อมเชื่อมต่อความสุข ให้ทุกการเดินทางไม่สะดุด ด้วยจุดบริการทั่วไทย

.

วันนี้ (18 มกราคม 2566) – นายเชิดชัย บุญชูช่วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ซ้าย) พร้อมด้วย นายโทรณ หงศ์ลดารมภ์ Head of EV Charger Business บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) (ขวา) ร่วมพิธีเปิดให้บริการสถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ภายใต้แบรนด์ ออน-ไอออน (on-ion EV Charging Station) ในพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พร้อมให้บริการชาร์จไฟแก่รถยนต์ไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาด เชื่อมต่อความสุข เดินทางไม่สะดุด จุดบริการทั่วไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

.

on-ion EV Charging Station พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบในพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 17 สาขาได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต เซ็นทรัล อยุธยา เซ็นทรัล บางนา เซ็นทรัล พระราม 2 เซ็นทรัล วิลเลจ สุวรรณภูมิ เซ็นทรัล เวสต์เกต เซ็นทรัล อุดรธานี เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เซ็นทรัล ศาลายา เซ็นทรัล ลาดพร้าว เซ็นทรัล โคราช เซ็นทรัล พระราม 3 และ เซ็นทรัล พระราม 9 และพร้อมให้บริการอีก 20 สาขาทั่วประเทศเร็ว ๆ นี้ ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถควบคุมการใช้งานผ่าน on-ion Mobile Application ทั้งจากระบบ Android และ iOS นอกจากนี้ ออน-ไอออน ยังร่วมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล มอบโปรโมชั่น “ช้อปดี ชาร์จฟรี 1 ชั่วโมง” ให้แก่ลูกค้าที่ใช้จ่ายในศูนย์การค้าครบ 800 บาทต่อวัน (รวมใบเสร็จได้) นำใบเสร็จมาแลกคูปองส่วนลดเครดิตชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 1 ชั่วโมงฟรี มูลค่า 60 บาท ได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลแต่ละสาขา ที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2566 หรือจนกว่าจะครบจำนวนสิทธิ์

.

ออน-ไอออน ร่วมกับ เซ็นทรัลพัฒนา พร้อมสนับสนุนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้แพร่หลาย เพื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป

 

ม.มหิดล – อินโนบิก ผลักดันงานวิจัย ซอสซ่อนผัก นวัตกรรมทางเลือก เพื่อสุขภาพ

สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด ร่วมลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเพื่อผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากงานวิจัย “ซอสซ่อนผัก และ ซอสซ่อนผักสูตรเด็ก” นวัตกรรมคิดค้นและพัฒนาโดยนักวิจัย สถาบันโภชนาการ อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามิน แร่ธาตุ เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และใยอาหาร เป็นทางเลือกให้กับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยว และเด็กๆที่อาจไม่ชอบรับประทานผักได้มีสารอาหารที่พียงพอรวมถึงยังเป็นทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพอีกด้วย งานวิจัย “ซอสซ่อนผัก” ได้รับการยอมรับโดยได้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการในต่างประเทศ จากผลการทดสอบในกลุ่มผู้นิยมบริโภคอาหารปิ้งย่าง เพื่อศึกษาการกำจัดสารก่อมะเร็งออกจากร่างกาย ที่มักปนมากับส่วนที่ไหม้เกรียมจาการปิ้งย่าง พบว่าการรับประทานซอสซ่อนผักในปริมาณพอเหมาะ จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการได้รับสารก่อมะเร็งได้อีกด้วย
.
ดร. บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด เปิดเผยว่า อินโนบิก (เอเซีย) ดำเนินธุรกิจโภชนาการทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วย และโภชนเภสัช โดยมุ่งเน้นการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ร่วมกับพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อส่งเสริมดูแลสุขภาพของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ให้มีโภชนาการที่ดีและป้องกันโรคต่างๆ  ที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการบริโภคตามวิถีชีวิตสมัยใหม่ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อร่างกายในอนาคต ทั้งนี้ เรื่องโภชนาการถือเป็นสาเหตุหลักของความมั่นคงทางด้านสุขภาพและอาหารที่อินโนบิกให้ความสำคัญ การร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญที่มีศักยภาพด้านการวิจัยอย่าง สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลครั้งนี้ เป็นการต่อยอดนวัตกรรมงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ สู่การสร้างผลิตภัณฑ์ของคนไทย โดยมีแผนการผลิตซอสสูตรต้นตำรับและสูตรสำหรับเด็กที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย นำร่องจำหน่ายผลิตภัณฑ์บรรจุในรูปแบบซอง ตั้งเป้าออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 3 ปี 2566 เพื่อเพิ่มทางเลือกการทานอาหารให้กับคนไทยทุกวัย ให้ได้รับประโยชน์ ถูกปาก และสะดวกต่อการรับประทาน อีกทั้งวัตถุดิบในการผลิตซอสซ่อนผักนั้น ยังเป็นผลผลิตจากเกษตรกรไทย ถือเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศไทย
.
รองศาสตราจารย์ ดร. ชลัท ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า 
ผลงานวิจัย “ซอสซ่อนผัก” โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ทพญ. ดุลยพร ตราชูธรรม อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล เกิดจากโจทย์วิจัยว่า ปัจจุบันคนไทยมีพฤติกรรมส่วนใหญ่กินผักผลไม้ไม่เพียงพอ คือ กินผักผลไม้ไม่ถึง 5 ส่วนต่อวันหรือไม่ถึง 400 กรัมต่อวัน ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ จากผลสำรวจพบว่ามีคนไทยเพียงประมาณ 4 ใน 10 คน ที่กินผักผลไม้เพียงพอตามเกณฑ์แนะนำในแต่ละวัน ขณะที่เด็กวัยเรียนเพียง 2-3 คน จาก 10 คนเท่านั้นที่กินผักและผลไม้เพียงพอ ซึ่งการจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้หันมากินผักผลไม้มากขึ้นเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก การนำผลิตภัณฑ์อาหารที่คนนิยมรับประทานอยู่แล้วมาพัฒนาต่อยอด เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ดังเช่น ในรูปของซอสที่สามารถรับประทานได้กับอาหารประเภทต่างๆได้หลากหลาย จึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนไม่ชอบกินผัก โดยเฉพาะเด็กเล็ก หรือผู้สูงวัยที่มีปัญหาการบดเคี้ยว ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างความร่วมมือของสถาบันโภชนาการกับภาคเอกชน เพื่อทำให้ผลงานการวิจัยด้านอาหารและโภชนาการสามารถขยายผลสู่วงกว้าง เข้าถึงประชาชนคนไทยได้ง่ายขึ้น 
.
สถาบันโภชนาการ เชื่อมั่นว่าความสำเร็จในการผลิตและการตลาดของผลิตภัณฑ์ทั้งสองในวันข้างหน้า ซึ่งเริ่มต้นจากพิธีในวันนี้ จะเป็นก้าวแรกของการทำงานร่วมกัน ผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย นำผลงานวิจัยของสถาบันโภชนาการ ไปสู่ประชาชนอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต สร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภค 
.
รองศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม กล่าวว่า การลงนามอนุญาตให้ใช้สิทธิเพื่อการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ซอสซ่อนผักและซอสซ่อนผักสูตรเด็ก อันเป็นผลงานวิจัยของ
รองศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์หญิง ดุลยพร ตราชูธรรม และคณะ ซึ่งประกอบด้วย อาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษา 
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล นับเป็นอีกก้าวของความสำเร็จจากการนำเอาทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยมหิดล ไปสร้างสรรค์นวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ได้จริงในระดับอุตสาหกรรม โดยการอนุญาตให้ใช้สิทธิ หรือ Licensing 
.
ทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าวแก่ บริษัท อินโนบิก นูทริชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำและคร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจโภชนเภสัช (Nutraceutical) ด้านโภชนาการอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ
ในนามของสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ iNT (อิ๊นท์) มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา มีความมุ่งมั่น ตั้งใจในการส่งเสริมการสร้างความร่วมมือ และผลักดันผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมหิดลให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในเชิงพาณิชย์และในเชิงสาธารณประโยชน์ พร้อมทั้งพัฒนาและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนต่อไป 

โดนใจสายสุขภาพ ปตท. หนุนกิจกรรมเดิน-วิ่ง OLYMPIC DAY 2023 จัดใหญ่ 4 จังหวัด กระจายความสุขสู่ภูมิภาค

ปตท. ส่งเสริมสุขภาพคนไทย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ สนับสนุนกิจกรรมเดิน-วิ่ง OLYMPIC DAY 2023 ใน 4 จังหวัด
.
นางกนกพร รอดรุ่งเรือง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) (ที่ 2 จากขวา) ร่วมงานแถลงข่าวพร้อมสนับสนุนการจัดกิจกรรม “เดิน - วิ่ง OLYMPIC 2023” ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี นายพิชัย ชุณหวชิระ รองประธานกรรมการ โอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานอนุกรรมการฝ่ายกีฬาเพื่อมวลชนและสิ่งแวดล้อม ประธานจัดการแข่งขัน  เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพ
.
ทั้งนี้ ปตท. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมด้านกีฬา โดยได้สนับสนุนการจัดกิจกรรม เดิน - วิ่ง OLYMPIC มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งหวังให้คนไทยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศเพื่อกระจายรายได้สู่ภูมิภาค เนื่องจากในปีนี้กำหนดจัดการแข่งขันใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.น่าน จ.มุกดาหาร จ.เชียงใหม่ และ จ.กาญจนบุรี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น

โอกาสเปิดกว้าง!! กลุ่ม ปตท. ร่วมขับเคลื่อน Soft Power ไทย มุ่งสู่ฮับผลิตคอนเทนต์สร้างสรรค์ของอาเซียน

กลุ่ม ปตท. ร่วมขับเคลื่อน Soft Power ไทย ดันเทคโนโลยีดิจิทัลหนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมส่งออกคอนเทนต์ไทยคุณภาพสู่เวทีสากล 
.
จับมือพันธมิตรต่อยอดต้นทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย สนับสนุน ‘ระบบนิเวศสร้างสรรค์’ ผ่านอุตสาหกรรมคอนเทนต์ มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้ได้มาตรฐานสากล รองรับการผลิตคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก เพื่อพัฒนารายได้และคุณภาพชีวิตคนไทย ยกระดับเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน
.
3 กุมภาพันธ์ 2566 – นายเชิดชัย บุญชูช่วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ซอฟท์พาวเวอร์ (Soft Power) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการแพร่ขยายอิทธิพลทางค่านิยม หรือ วัฒนธรรม ที่นานาประเทศผลักดันให้เป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ปตท. เล็งเห็นถึงโอกาสของการต่อยอดแนวคิดดังกล่าว เพื่อรุกเข้าสู่ธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงานให้พร้อมรับการแข่งขันบนเวทีโลก ด้วยวิสัยทัศน์ “Powering Life with Future Energy and Beyond” จึงจัดตั้งโครงการ Soft Power for Better Thailand ขึ้น เพื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยยกระดับการพัฒนาซอฟท์พาวเวอร์ไทย หรือ เสน่ห์ไทย ที่เกิดจากวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีปฏิบัติอันเป็นภูมิปัญญาของประเทศไทย ที่อยู่ในความสนใจของชาวต่างชาติ ซึ่งนอกจากจะเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้กลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจที่จะสามารถดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนเพื่อขยายฐานอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Industry) ในประเทศไทย ที่จะช่วยสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย หลังสถานการณ์โรคติดเชื้อ COVID-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกได้อีกทางหนึ่งด้วย 
.
“ปตท. จับมือพันธมิตรภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งจาก บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (ARV) บริษัทในกลุ่ม ปตท. ที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีด้านซอฟท์พาวเวอร์ ผ่านการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ไทย ภายใต้แนวคิด TECH CREATE FUN คือ การนำเทคโนโลยี (TECH) เช่น Virtual Reality, Augmented Reality, Drone และ Metaverse เป็นต้น มาเสริมศักยภาพในการสร้างสรรค์ผลงาน (CREATE) เช่น ภาพยนตร์ ดิจิทัลคอนเทนต์  หรือ งานศิลปะ เพื่อให้ทั้งผู้สร้างสรรค์ผลงานและผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีขึ้น (FUN) รวมไปถึงยังมีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ในการจัดกิจกรรมเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาซอฟท์พาวเวอร์ไทย ด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมคอนเทนต์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล  ทั้งการพัฒนาทักษะบุคลากร การสนับสนุนด้านทรัพยากรและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยมียุทธศาสตร์สำคัญในการดำเนินงาน 3 ด้าน ได้แก่ 
.
1. สร้างคอนเทนต์ไทยสู่สากล ผ่านโครงการ Content Lab โดยร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) จัดโปรแกรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการใช้งานเทคโนโลยีสมัยใหม่สำหรับผลิตภาพยนตร์ ซีรีส์ งานโฆษณา งานอีเวนต์ และเกม ให้กับนักเรียน นักศึกษา นักสร้างอนิเมชั่น และบุคคลทั่วไปที่สนใจ เพื่อต่อยอดการสร้างสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) สำหรับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ทันสมัยเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากล รวมถึงได้รับประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีการถ่ายทำชั้นนำของประเทศไทย โดยจะมีกิจกรรม Open House โครงการในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้
.
 2. สร้างบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผ่านโครงการ TGIF - Technology is Fun โดยนำเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในการยกระดับซอฟท์พาวเวอร์ จัดแสดงที่มหาวิทยาลัย 11 แห่งทั่วประเทศ ในช่วงเดือนมีนาคม - กันยายน 2566 เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา ได้มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย สร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่จะสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นซอฟท์พาวเวอร์ของประเทศได้ในเชิงพาณิชย์ 
.
และ 3. จัดแสดงศักยภาพซอฟท์พาวเวอร์ด้านศิลปะไทย ผ่านนิทรรศการ “Locating the Locals: A Virtual Exhibition by PTT” โดยคัดเลือกผลงานบางส่วนจากการจัดประกวดศิลปกรรม ปตท. ที่เคยได้รับรางวัลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 นำออกจัดแสดงอีกครั้ง โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ชมบนพื้นที่จัดแสดงศิลปะแบบเสมือนจริง (Virtual Art Gallery) ซึ่งนอกจากการจัดแสดงครั้งแรก ณ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ เมื่อช่วงปลายปี 2565 ที่ได้การตอบรับเป็นอย่างดีแล้ว นิทรรศการนี้จะมีการจัดแสดงขึ้นอีกในงาน Bangkok Design Week 2023 ณ River City Bangkok ระหว่างวันที่ 4 - 12 กุมภาพันธ์ 2566 และ Isan Creative Festival 2023 ณ จ.ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 1 - 9 เมษายน 2566 ซึ่งผู้สนใจยังสามารถชมนิทรรศการในโลกเสมือนที่ virtualspacebyptt.com ได้อีกด้วย”
.
ความร่วมมือในการสนับสนุนการพัฒนาซอฟท์พาวเวอร์ไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลนี้ นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้ ปตท. ทดสอบความเป็นไปได้ในการสร้างธุรกิจและการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะช่วยยกระดับห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้ทัดเทียมสากล ช่วยให้ประเทศไทยมีศักยภาพไปสู่การเป็นศูนย์กลางของการผลิตคอนเทนต์สร้างสรรค์ของอาเซียน ที่จะเพิ่มรายได้ให้ประเทศ เพิ่มการจ้างงานใหม่ในสาขาครีเอทีพและดิจิทัลได้ในระยะยาว อันจะเป็นส่วนหนึ่ง
ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป


TRENDING
© Copyright 2022, All rights reserved. CLOUD47Bangkok
Take Me Top